จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เรื่องราวขอความเป็นธรรมให้กับพ่อ อายุ 55 ปี ซึ่งตอนนี้อาการพ่อสาหัสมาก ซี่โครงหัก 12 ซี่ เลือดคลั่งในปอด ต้องนอน ICU มาหลายวัน ถึงขั้นมีอาการหยุดหายใจ และต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด
หลังจากพ่อได้ไปเที่ยวร้านแห่งหนึ่ง แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาทักทาย ก่อนที่ “เสือ ดุสิต” คนดังในโซเชี่ยล และพวกอีก 2 คน จะเข้าไปทำร้าย โดยอ้างว่าไม่พอมจที่ไปลวนลามแฟนสาวของเขา พร้อมพูดอีกว่า “นนทบุรี ใครก็ได้ ตำรวจกูไม่กลัวหรอก”
ทั้งนี้ล่าสุด น.ส.เปมิกา ควรสมาคม อายุ 26 ปี ลูกสาวของนายธนพล เวคะวากยานนท์ ผู้บาดเจ็บ เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ต.พีรวิชญ์ ศรีสำราญ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ “เสือ ดุสิต” พร้อมพวกอีก 2 คน หลังถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดทะลุ อาการโคม่า เหตุเกิดเวลาประมาณ 04.30 น. บริเวณหน้าห้องน้ำภายในร้านอาหารชื่อดังย่านสนามบินน้ำ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน
โดย น.ส.เปมิกา ลูกสาวผู้บาดเจ็บ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้บิดาอาการโคม่าอยู่ในห้องไอซียู ต้องใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มเติม อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ตนทราบเรื่องช่วงเที่ยงหลังได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน จึงรีบมาดูอาการที่โรงพยาบาล ไม่เคยรู้จัก “เสือดุสิต” เป็นการส่วนตัว และไม่เชื่อว่าบิดาจะไปกระทำการไม่เหมาะสมตามที่ถูกกล่าวหา เพราะเป็นคนนิ่ง เงียบ เรียบร้อย ใจดี และไม่เคยมีเรื่องชกต่อย พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่กังวลว่าคู่กรณีจะเป็นคนดัง เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
ด้านนายไวยอัครา ปิ่นทอง ทนายความ ระบุว่า อาการของผู้บาดเจ็บสาหัสมาก ซี่โครงหักประมาณ 12 ซี่ ปอดทะลุ ตับและไตได้รับความเสียหาย ไม่สามารถหายใจเองได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ส่วนจะเข้าข่ายพยายามฆ่าหรือไม่ ต้องรอพนักงานสอบสวนพิจารณาตามพยานหลักฐาน ยืนยันจะแจ้งความดำเนินคดีทุกข้อหา และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย พร้อมเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน
ขณะที่ “เสือ ดุสิต” โพสต์ข้อความชี้แจงว่า “ยอมรับผมทำเกินกว่าเหตุ ผมพยายามติดต่อผู้เสียทุกวิถีทางเพื่อจะรับผิดชอบ ผมไปรับหมายมาเรียบร้อย ตำรวจนัดผมอีกทีวันที่ 9 มีนา เพราะความหึงหวงจนทำให้ผมขาดสติ”
ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวกับ พ.ต.อ.พฤฒ จำรูณศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นเรื่องราวเริ่มต้นเป็นยังไงตอนนี้อยู่ในสำนวนคดีแล้ว ตามคลิปผู้เสียหายถูกทำร้ายฝ่ายเดียว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำไปหลายคนแล้ว อยู่ระหว่างรอผลตรวจจากแพทย์ คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะเรามีพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดแล้วอยู่ระหว่างออกหมายจับ เบื้องต้นตนได้มีการพูดคุยทั้ง 2 ฝ่าย ตอนนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุได้เพราะต้องรอผลตรวจจากแพทย์ระบุอาการบาดเจ็บ เท่าที่ทราบตอนนี้ผู้บาดเจ็บอาการยังสาหัสอยู่