หลังจากที่ "ฮุน มาเนต" นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินสายที่สหรัฐอเมริกา และยุโรป ในเวทีโลก อาทิ การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสันติภาพ(Board Of Peace) การเข้าพบเลขาฯ ยูเอ็น ที่เจนีวา เพื่อบอกว่ากัมพูชาต้องการรักษาสันติภาพ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าประชาคมโลกจะไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ กับเรื่องนี้
ประเด็นนี้ อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง มองว่า สิ่งที่ฮุนมาเนตพยายามจะทำให้ประชาคมโลกมากดดันไทยนั้นสูญเปล่า ไม่เกิดผลใดๆ เพราะส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศควรเจรจากันเอง
โดย อาจารย์ทรงฤทธิ์ วิเคราะห์ว่า ฮุน มาเนตเขาไปอเมริกากับยุโรป วัตถุประสงค์แรก คือ ไปขอความเห็นใจ เพื่อให้ทั้งยุโรปและอเมริกานั้นจับมือกันและเห็นใจเขา และร่วมมือกันมากดดันประเทศไทย แต่หลังจากนั้นเราเห็นอะไรที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปเป็นร่างหรือเปล่า ซึ่งไม่มีพอมันไม่มีแล้ว มันก็เลยทำให้สิ่งที่เขาต้องการไม่บังเกิด นอกจากต้องใช้คำว่าเป็นข้อตกลงที่ต้องทอดเวลาไปอีกนานพอสมควร ยกตัวอย่าง เช่น จะไปรื้อฟื้นการซ้อมรบกับอเมริกา มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น ณ ทันใด ก็อาจจะเป็นปลายปี หรือ ต้นปีหน้า ซึ่งก็อีกนานในแง่หนึ่ง อีกอันหนึ่ง ก็คือยุโรปไม่ได้แสดงท่าทีอันใดเลย ฝรั่งเศสก็ไม่ได้แสดงท่าทีอันใดเลย ต่อกรณีนี้ มีแต่คนพูดบอกว่ากันเองดีไหมเพราะมันเป็นเรื่องเขตแดน
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ อาจารย์ทรงฤทธิ์ ตั้งข้อสังเกต คือ วานนี้ (27 ก.พ.) ที่ทั้ง ฮุน เซน ฮุน มาเนต และบุนรานี พร้อมใจกันเดินทางไปส่งเสด็จ สมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี และสมเด็จพระราชชนนี นโรดม มุนีนาถ สีหนุ เสด็จฯ กรุงปักกิ่ง เพื่อตรวจพระวรกายตามกำหนดนั้น
ส่วนกรณีปรากฎ ภาพว่าในระหว่างที่รอส่งเสด็จนั้น ทั้งฮุน เซน และฮุน มาเนต ได้ยืนคุยกันเป็นการส่วนตัว กับทูตจีนประจำกรุงพนมเปญ ซึ่งอาจารย์ทรงฤทธิ์ ก็ได้อ่านใจสองพ่อลูกตระกูลฮุน ว่า ที่ต้องทำแบบนี้เพราะการเดินทางไปสหรัฐ-ยุโรป ไม่เกิดผลอะไร จึงต้องมาส่งเสด็จฯ และมาคุยกับทูตจีน เพื่อแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์กัมพูชาและจีนนั้น ยังเป็นเรื่องปกติวิสัย ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง และต้องการสร้างภาพให้ประชาชนได้รับรู้ถึง สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
"แต่เบื้องลึก เบื้องหลัง ก็คือ เขากำลังจะบอกจีนว่า เขาไม่ได้แปรพักตร์ หรือ ต้องการที่จะไปดึงอเมริกามามีอิทธิพลเหนือจีน ซึ่งทูตจีนและจีน เขาไม่เชื่อหรอก ส่วนวิถีทางการทูต สิ่งที่เราเห็น ไม่ได้หมายความว่า เมื่อจีนไม่เชื่อตระกูลฮุน ไม่ได้หมายความว่าเขาจะถอนตัวเองไปจากกัมพูชา สิ่งที่ต้องมองต่อ คือ จีนจะรักษาอิทธิพลของตัวเองในกัมพูชา ในลักษณะไหนและเยี่ยงใด"
โดยอาจารย์ทรงฤทธิ์ ยังบอกอีกว่า สิ่งที่เริ่มปรากฏและพูดกันมานานพอสมควรแล้ว คือ "จีนได้ให้ความสำคัญกับเจ้านโรดม จักราวุธ ผู้นำพรรคฟุนซินเปกคนปัจจุบัน ซึ่งเจ้าจักราวุธ คือ โอรสของเจ้านโรดม รณฤทธิ์ ที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว และเจ้านโรดมจักราวุธ นี่แหละ คือ ความหวังใหม่ของจีน ที่จะปลุกปั้นขึ้นมาแทนตระกูลฮุน เป็นสิ่งที่ต้องจับตา