จากกรณีพบเสือโคร่งเดินลงจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เข้าไปพังเล้าหมูป่าของชาวบ้านในพื้นที่ ม.5 บ้านตากฟ้า ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 28 ก.พ. 2569 โดยได้กัดแม่หมูป่าจนตาย และลากซากไปกินในป่าอ้อยใกล้เคียง
โดยตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และชาวบ้านได้ลงพื้นที่วางกำลังสายตรวจรอบหมู่บ้าน
พร้อมติดกล้องวงจรปิดดักจับความเคลื่อนไหวของเสือโคร่ง และประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านระมัดระวังอย่าออกจากเคหะสถานในยามวิกาลเพียงลำพัง ซึ่งเสือโคร่งตัวดังกล่าวเป็นเสือหนุ่มที่กำลังขยายอาณาเขตการล่า และเมื่อมาเจอแหล่งอาหารที่เป็นคอกสัตว์เลี้ยงของประชาชนในหมู่บ้าน จึงวนเวียนเฝ้าเพื่อกลับมาล่าอีกครั้ง โดยเชื่อว่าน่าจะยังไม่ไปไหน
ต่อมาเวลา 21.00 น. วันที่ 1 มี.ค. 2569 จนท. ได้ทำการบินโดรนจับความร้อนอีกครั้งบริเวณป่าอ้อย ห่างจากเล้าหมูเพียง 100 เมตร พบเสือโคร่งกำลังนอนเฝ้าซากหมูป่าที่ลากไปเป็นอาหารซึ่งน่าจะอยู่ในอาการอิ่ม โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการเฝ้าระวังตลอดทั้งคืน เตรียมที่จะตีวงล้อมของเสือโคร่งตัวดังกล่าวให้แคบลงเพื่อวางแผนการผลักดันให้เดินกลับป่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ห่างออกไปเพียง 4 กิโลเมตร
ส่วนจะยิงยาสลบเพื่อเคลื่อนย้ายหรือไม่นั้น คงต้องรอประเมินสถานการณ์ในช่วงบ่ายอีกครั้ง ซึ่งเช้าวันนี้ 2 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ยังคงขึ้นบินโดรนจับความร้อนเพื่อตรวจสอบว่าเสือโคร่งยังอยู่จุดเดิมหรือไม่ ซึ่งก็เจอปัญหาเรื่องของทัศนวิสัยของอากาศที่ร้อนในช่วงกลางวัน จะไม่ค่อยเห็นการเคลื่อนไหวของเสือโคร่งที่ชัดเจน ซึ่งตลอดทั้งวันของวันนี้ จะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาเพื่อจับตาเสือโคร่ง ไม่ให้ออกนอกพื้นที่ไร่อ้อยไปไกล และวางแผนการปฎิบัติงานต่อไป