เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 69 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง และพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง เข้าตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังได้รับการร้องเรียนว่า มีปั๊มน้ำมันในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี จำหน่ายน้ำมันในราคาสูงกว่าปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่ามีการรับซื้อน้ำมันมาจากบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อ่างทอง จึงขยายผลเข้าตรวจสอบคลังน้ำมัน
โดยผู้จัดการคลังเป็นผู้นำตรวจสอบภายในคลัง พบน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมาก แบ่งเป็นน้ำมันดีเซลประมาณ 48,000 ลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ประมาณ 210,000 ลิตร และแก๊สโซฮอล์ 91 อีกประมาณ 73,000 ลิตร รวมปริมาณทั้งหมดกว่า 331,000 ลิตร คิดเป็นมูลค่ากว่า 12,520,400 บาท
จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้ลูกค้าในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี และจังหวัดใกล้เคียง ในราคาลิตรละ 40.50 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาทั่วไป โดยอ้างว่ารับซื้อมาจากต้นทางในราคาลิตรละ 39.50 บาท
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารการซื้อขายและหลักฐานการชำระเงิน กลับไม่สามารถนำมาแสดงได้ เจ้าหน้าที่จึงทำการเก็บตัวอย่างน้ำมันส่งตรวจสอบคุณภาพที่กรมธุรกิจพลังงาน และส่งตรวจที่กรมสรรพสามิต เพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายต้องเสียภาษีสรรพสามิตหรือไม่ หากพบความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจคลังน้ำมันดังกล่าว พบว่ายังคงเปิดปกติ มีรถบรรทุกน้ำมันและคนงานทำงานอยู่ด้านใน ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อผู้จัดการคลังน้ำมัน แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้
ด้าน นายก้องเกียรติ กิติคุณ พลังงานจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางให้เข้าไปร่วมตรวจคลังน้ำมันดังกล่าว ซึ่งคลังดังกล่าวเป็นของเอกชน เบื้องต้นยังไม่พบความปกติ ซึ่งทางตำรวจได้เก็บตัวอย่างไปตรวจคุณภาพและเช็คว่าเป็นน้ำมันที่ถูกกฎหมายหรือไม่ ซึ่งข้อมูลทุกอย่างต้องรอทางศูนย์บริหารสถานการณ์พลังงาน
โดยในข้อเท็จจริงแล้วเป็นเรื่องปกติ เพราะถังน้ำมันในคลังบรรจุได้ถังละ 2 ล้านลิตร มีจำนวน 5 ถัง ซึ่งเป็นสต๊อกปกติ โดยในส่วนของจังหวัดอ่างทอง จะดำเนินในเรื่องของชี้แจงสถานการณ์น้ำมันเพื่อคลายความกังวลให้กับประชาชน