PrincessBajrakitiya PrincessBajrakitiya

ปิกอัพจอดขวางหัวจ่ายข้ามคืน อ้างน้ำมันใกล้หมด ก่อนเจ้าของโผล่รับรถ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วุ่นทั้งปั๊ม ลูกค้าเดือดร้อนหนัก ก่อนเจ้าของโผล่รับรถ เผยจอดจองคิวเพราะกลัวน้ำมันหมด ขณะชาวบ้านแห่ต่อคิวยาว

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพขอความช่วยเหลือ ให้ช่วยตามหาเจ้าของรถกระบะที่นำรถมาจอดทิ้งไว้หน้าหัวจ่ายน้ำมันภายในปั๊ม ปตท. สาขาอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ส่งผลให้ทางปั๊มไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ตามปกติ เหตุเกิดที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.เพ็ญ พบรถยนต์กระบะ 4 ประตู สีดำ จอดนิ่งสนิทอยู่บริเวณหน้าตู้จ่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 โดยพนักงานระบุว่ารถคันดังกล่าวขับเข้ามาจอดตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ผ่านมา (25 มี.ค. 69) ก่อนที่คนขับจะเดินหายไปและไม่กลับมาที่รถอีกเลย

น้ำมันแพง สตริงเกอร์ อุดรธานี
ปิกอัพจอดขวางหัวจ่ายข้ามคืน อ้างน้ำมันใกล้หมด ก่อนเจ้าของโผล่รับรถ

กระทั่งเวลา 06.30 น.ของวันรุ่งขึ้น รถคันดังกล่าวยังคงจอดอยู่ที่เดิม ทำให้ทางปั๊มได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากลูกค้าที่ต้องการเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ไม่สามารถขับรถเข้าช่องบริการได้ ล่าสุดทางพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เร่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อขอความร่วมมือให้เจ้าของรถ หรือญาติที่รู้จักกับเจ้าของรถคันดังกล่าว เร่งมาเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่โดยด่วน เพื่อให้ทางสถานีบริการน้ำมันสามารถกลับมาให้บริการลูกค้าได้ตามปกติ

วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังปั๊ม ปตท. สาขา อ.เพ็ญ ม.13 บ.วังบัวเหลือง ต.เพ็ญ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พบว่าบริเวณหัวจ่าย และหน้าตู้หัวจ่ายน้ำมัน ขึ้นป้าย “น้ำมันดีเซลหมด อยู่ระหว่างการขนส่ง” ซึ่งจะมาถึงช่วงเวลา 14.00-15.00 น. ของวันนี้ (26 มี.ค. 69) ทำให้มีประชาชนที่ต้องการเติมน้ำมันดีเซล ทั้งรถกระบะ รถบรรทุก ฯลฯ เข้าคิวรอเป็นแถวยาวประมาณ 500 เมตร ตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นมา

ส่วนรถปิกอัพ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน จ.มหาสารคาม ที่จอดอยู่บริเวณหัวจ่ายด้านหน้า ล่าสุดเจ้าของรถได้มารับรถและขับออกไปจากปั๊มแล้ว ขณะที่น้ำมันชนิดอื่น ทางปั๊มยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ ผู้สื่อข่าวจึงขออนุญาตผู้จัดการปั๊มน้ำมัน บันทึกภาพและสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์

นายธนะสิน ตันตุลา หรือน้องท็อป อายุ 20 ปี พนักงานบริการหัวจ่ายน้ำมัน เล่าว่า เมื่อวานนี้เวลาประมาณ 19.00 น. มีลูกค้าเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ทราบภายหลังว่าเป็นชาว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ขับรถกระบะ โตโยต้า รีโว่ 4 ประตู สีดำ มาจอดหน้าหัวจ่ายน้ำมันดีเซลและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 แต่ขณะนั้นน้ำมันดีเซลหมด พนักงานได้แจ้งว่ารถขนส่งน้ำมันจะมาส่งในวันถัดไปช่วงบ่าย 2 โมง และขอให้เลื่อนรถ เนื่องจากยังมีบริการน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะขับรถออกไป จากนั้นไม่นานได้ขับกลับมาจอดที่เดิมอีกครั้ง พร้อมสอบถามกำหนดเวลาน้ำมันเข้าอีกครั้ง ก่อนลงจากรถและหายไป โดยล็อกรถและใส่เบรกมือไว้ คล้ายต้องการจอดจองคิวเติมน้ำมัน

กระทั่งช่วงเช้า ยังไม่พบเจ้าของรถกลับมา ทางปั๊มจึงโพสต์ตามหาเจ้าของรถ กระทั่งเวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าของรถได้กลับมาแสดงตัวกับพนักงานปั๊มและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ็ญ โดยระบุว่าเดินทางมาคนเดียวเพื่อมาทำบุญในพื้นที่ แต่ระหว่างทางไม่พบปั๊มที่มีน้ำมันดีเซล และไฟเตือนน้ำมันใกล้หมด จึงจอดรถทิ้งไว้เพื่อจองคิว
.
ทั้งนี้ ทางปั๊มได้ช่วยเหลือโดยนำน้ำมันฉุกเฉินสำหรับรถกู้ชีพ กู้ภัย และตำรวจ มาเติมให้ลูกค้าเป็นเงิน 1,000 บาท ซึ่งเจ้าของรถได้กล่าวขอบคุณ

พนักงานยังระบุอีกว่า ปั๊มมีการขนส่งน้ำมันเข้ามาทุกวันประมาณ 7,000-10,000 ลิตร แต่ช่วงนี้น้ำมันหมดเร็วกว่าปกติ คาดว่าเกิดจากประชาชนแตกตื่นเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันและราคาที่ปรับสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดพฤติกรรมแห่เติมน้ำมัน บางรายเติมเต็มถังทั้งที่ยังมีน้ำมันเหลืออยู่มาก

พร้อมฝากถึงผู้ใช้บริการว่า หากน้ำมันหมดควรจอดในจุดที่กำหนด ไม่ควรจอดขวางหัวจ่าย เนื่องจากกระทบต่อผู้ใช้บริการรายอื่น โดยปัจจุบันปั๊มจำกัดการเติมน้ำมันดีเซลสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 1,000 บาทต่อคัน และเติมใส่แกลลอนได้ ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์กำหนดเติมได้คันละ 1,000 บาท และใส่แกลลอนได้ครั้งละ 500 บาท

ขณะเดียวกัน บริเวณทางเข้าปั๊มพบรถยนต์ต่อคิวรอเติมน้ำมันดีเซลยาวต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามประชาชนที่มาเข้าคิว หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร

นายจันมี สมบูรณ์ หรือคุณตาจัน อายุ 76 ปี ชาว ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้นำรถสามล้อเครื่องพร้อมแกลลอนขนาด 20 ลิตร จำนวน 2 ใบ รวม 40 ลิตร มาเข้าคิวเติมน้ำมัน เพื่อนำไปใช้กับรถไถนา เตรียมเพาะปลูกข้าวในพื้นที่ 19 ไร่

โดยยอมรับว่าเพิ่งทราบข่าวการปรับขึ้นราคาน้ำมันเมื่อมาถึงปั๊ม รู้สึกตกใจ เพราะเตรียมเงินมาเพียง 1,000 กว่าบาท อาจได้น้ำมันน้อยลงกว่าที่เคย และอาจไม่เพียงพอต่อการใช้งาน

นอกจากนี้ยังมองว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้สินค้าประเภทอื่นปรับราคาตาม แต่ราคาข้าวเปลือกยังคงอยู่ที่ประมาณ 11 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงขาดทุน เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างมาก

“ตั้งแต่เกิดมา 76 ปี ไม่เคยเห็นน้ำมันขึ้นครั้งเดียวถึง 6 บาทต่อ ลิตร ปกติจะขึ้นแค่ 50 สตางค์ถึง 2 บาทเท่านั้น ครั้งนี้กระทบทุกอย่าง”

พร้อมกันนี้ ได้ยกมือไหว้ขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลน และควบคุมราคาไม่ให้ปรับสูงขึ้นไปมากกว่านี้ เนื่องจากเกษตรกรจำเป็นต้องใช้น้ำมันในการผลิต หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อาจต้องพิจารณาลดหรือเลิกทำนาไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน

“ถ้ายังแก้ปัญหาไม่ได้ ชาวนาอาจต้องเลิกทำนา เพราะต้นทุนสูงขึ้นมาก แต่ถ้ายังขึ้นราคาอีก เชื่อว่าชาวนาทั่วประเทศเดือดร้อนแน่นอน” คุณตาจันกล่าว

Bottom-worldcup Bottom-worldcup

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ