งานนี้พวกลอบเผาป่ามีกระเจิง อุทยานแห่งชาติผาแดง แจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่พบรอยเสือโคร่งขนาดใหญ่ ในไร่มันสำปะหลังของชาวบ้านในอำเภอเชียงดาว ขณะลาดตระเวนไฟป่า คาดหนีไฟป่ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568
เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะที่นายวิชาญ คำศรี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ ผด.1 (เมืองนะ) พร้อมเจ้าหน้าที่จุดเฝ้าระวังไฟป่า ออกปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า
ได้รับแจ้งจากราษฎรบ้านหนองเขียว (หย่อมบ้านหนองวัวแดง) ม.12 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ที่เข้ามาทำไร่มันสำปะหลัง ว่าพบรอยตีนสัตว์ป่า คล้ายรอยตีนเสือ จึงได้แจ้งนายประกาศิต ระวิวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแดง ทราบ และได้ส่งชุดสายตรวจส่วนกลางฯ เข้าตรวจสอบ
เมื่อไปถึง พบว่าบริเวณที่รับแจ้ง พบรอยตีนเสือเป็นไร่มันสำปะหลังและสวนอโวคาโด หลังหมู่บ้านหนองเขียว (หย่อมบ้านหนองวัวแดง) ประมาณ 500 เมตร จากการตรวจสอบร่องรอยเบื้องต้น เป็นรอยตีนเสือขนาดใหญ่ที่เหยียบย่ำบนพื้นดินหลายรอย มีความกว้างอุ้งตีนประมาณ 9 ซม. ความกว้างรอยตีนประมาณ 13.5 ซม. และความยาวรอยตีนประมาณ 15 ซม.
จึงได้ประสานส่งข้อมูลไปยังสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว เพื่อระบุชนิด ซึ่งจากลักษณะดังกล่าว คาดได้ว่าเป็นรอยตีนเสือโคร่งตัวเต็มวัย อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นเสือโคร่งเร่ร่อน ที่หนีไฟป่ามาจากประเทศพม่า ซึ่งพื้นที่บริเวณบ้านหนองวัวแดงมีแนวป่าติดต่อกับประเทศพม่า ระยะทางห่างจากประเทศพม่าประมาณ 7 กิโลเมตร
ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติผาแดงได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในหมู่บ้านและชุมชนในพื้นที่ข้างเคียง เฝ้าระวัง หากพบเห็นร่องรอยเพิ่มเติม ขอให้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่โดยด่วน และหากราษฎรรายใดมีการเลี้ยงปศุสัตว์แบบปล่อย ให้นำปศุสัตว์กลับเข้ามาขังในคอกที่แข็งแรงมิดชิด
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกและลดโอกาสการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างคนกับสัตว์ป่า เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และจะมีการใช้กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า) และอากาศยานไร้คนขับชนิดตรวจจับความร้อน (อากาศยานไร้คนขับตรวจจับความร้อน) บินตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตามตำแหน่งของเสือโคร่งอย่างต่อเนื่อง