ทบ. ย้ำไทยยึดมั่นถ้อยแถลงร่วมฯ คำพูดหวังอี้ "กัมพูชาไม่อยากรบ" ต้องรอประเมิน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โฆษก ทบ. ย้ำไทยยึดมั่นถ้อยแถลงร่วมฯ กรณีคำพูดหวังอี้ "กัมพูชาไม่อยากรบ" ต้องรอประเมิน มองที่ผ่านมากัมพูชาให้ความร่วมมือตามถ้อยแถลงร่วมฯ น้อย

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก ว่า พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดน และเฝ้าระวัง ให้ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่า มีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพลให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ผู้สื่อข่าว
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก

พลตรี วินธัย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ไทย-กัมพูชาในส่วนของกองทัพไทยยังคงยึดมั่นดําเนินการตามถ้อยแถลง 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด พร้อมจะเข้าสู่ความร่วมมือการหารือ

การคงกําลังซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบให้คงกําลังที่ตั้งปัจจุบัน และไม่เพิ่มเติมกําลังตลอดแนวชายแดน ไม่ยั่วยุ หลีกเลี่ยงการสื่อสารข้อมูลเท็จ และการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

โดยที่ผ่านมายังได้รับความร่วมมือน้อย แต่ต้องดํารงความมุ่งมั่นในสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้น ขอย้ำว่า ฝ่ายไทยยังคงยึดมั่นอย่างเคร่งครัด

สําหรับภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันทั้ง 2 ประเทศ มีการเตรียมความพร้อม โดยกําลังทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ในพื้นที่เขตอธิปไตยของตัวเอง ทั้งนี้ ในช่วงเดือนที่ผ่านมายังไม่พบการยั่วยุที่สําคัญ แต่มีเหตุการณ์ที่มองว่าเข้าข่ายบ้าง แต่เกิดขึ้นประปราย ซึ่งไม่ชัดเจนในเจตนา ชุดประสานงานยังสามารถสื่อสารตามความเข้าใจกันได้ และกองทัพบกยังเตรียมความพร้อมไม่ประมาทต่อสถานการณ์

สําหรับผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา หรือ RBC วันที่ 23 เมษายน ที่ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ทั้งสองฝ่ายยังคงยืนยันความร่วมมือใกล้ชิดโดยมีการประสานงานต่อเนื่องกว่า 80 ครั้ง รวมทั้งแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี

พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านมนุษยธรรมการป้องกันไฟป่า การแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ลดความตึงเครียดในทางทหาร ขณะเดียวกันฝ่ายไทยก็ยืนยันพัฒนาเส้นทางทางยุทธวิธีที่อยู่ในพื้นที่อธิปไตยของไทย โดยไม่ขัดต่อถ้อยแถลง

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ผู้สื่อข่าว
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก

ส่วนกรณี นายหวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างต่างประเทศจีน ระบุว่า กัมพูชาไม่อยากรบแล้ว พลตรี วินธัย กล่าวว่า ข้อมูลในด้านการข่าวกัมพูชายังไม่ได้แสดงท่าทีอยู่ในจุดที่น่ากังวล ในช่วงนี้เป็นเรื่องของการสื่อสารที่อาจจะทําให้ประชาชนเกิดความกังวล

แต่ถ้ามองในภาพใหญ่ข้อมูลด้านการข่าวทหาร ยังไม่มีทีท่าที่จะส่งผลคุกคามต่อฝ่ายไทย กรณีที่เราอาจเห็นข่าวสาร การพูดผ่านสื่อ ไม่สามารถประเมินเป็นปัจจัยหลักที่จะเกิดสถานการณ์ได้ ต้องมองที่ข้อมูลการข่าวทางด้านการทหาร หรือข้อมูลทางด้านความมั่นคงเท่านั้น

เมื่อถามว่า กัมพูชาเคยประสานกับกองทัพหรือไม่ว่าไม่อยากจะสู้แล้ว พลตรี วินธัย กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูล

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกรณีที่จีนอาสาเป็นตัวเชื่อมระหว่างไทย-กัมพูชา พลตรี วินธัย กล่าวว่า ในมิติต่างประเทศ มีท่าทีไม่ต้องการ หรือสนับสนุนให้มีการใช้กําลัง แต่ตามมารยาทก็ไม่ได้ห้าม หรือแสดงท่าทีจะขัดขวางอย่างไร คงเป็นเรื่องของ 2 ประเทศที่จะต้องตัดสินใจต่อกัน

ส่วนในพื้นที่บางจุดที่กัมพูชาขยับฐานเข้ามาใกล้ไทยนั้น ถือเป็นการกระทำผิดข้อตกลงหรือไม่ พลตรี วินธัย กล่าวว่า ในอดีตการวางกำลัง 2 ฝ่ายจะอยู่ติดกัน แต่หลังเหตุปะทะ กัมพูชาถอยไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ เมื่อสถานการณ์ไม่น่ากังวลก็ขยับกําลังเข้ามา แต่ยังไม่ได้มีผลกระทบอะไรในการดูแลพื้นที่ชายแดน หรือหากมีการปฏิบัติทางทหารก็ไม่มีผลอะไรอยู่แล้ว

เพียงแต่ฝ่ายกัมพูชา เมื่อเข้าไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ โดยหลักยุทธวิธีทางทหารก็ต้องปรับปรุงหาที่กําบังที่อยู่ที่เหมาะสมทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ยืนยันว่า ไม่รุกล้ำในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้ควบคุมอยู่

ด้านพันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวเพิ่มเติมสําหรับเรื่องเงินเยียวยา ให้กับทหารที่บาดเจ็บเสียชีวิตและทุพพลภาพใน เกิดเหตุปะทะทั้ง 2 รอบ จํานวน 10 ล้านบาทว่า ในเหตุการณ์ปะทะรอบแรก ได้จ่ายครบถ้วนแล้ว ในขณะที่เหตุปะทะรอบสอง อยู่ในขั้นตอนทางราชการ

ขอยืนยันว่า กองทัพบกได้ติดตามใกล้ชิด สำหรับเงินชดเชยในส่วนของกอฃทัพบกได้รับครบถ้วนหมดแล้ว ยืนยันไม่ทอดทิ้ง ผู้บังคับบัญชาได้ลงพื้นที่ติดตามความช่วยเหลือ และดูแลสิทธิให้ครบถ้วน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ