นายรัศม์ ชาลีจันทร์ นักวิเคราะห์ด้านการต่างประเทศและอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นอดีตทูต ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวพีพีทีวี ถึงกรณีที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Washington Post ระบุช่วงหนึ่งว่า สหรัฐอเมริกา ไม่เคยเข้ามามาช่วยเหลือไทยในช่วงที่เกิดสงครามตะวันออกกลางเลย ซึ่งหลังจากนี้ไทยอาจจะต้องพิจารณาหันไปพึ่งพา จีน-รัสเซีย มากขึ้น และอาจต้องทบทวนความสัมพันธ์ใหม่
นายรัศม์ มองว่า ช่วงที่เกิดสงครามอิหร่าน สหรัฐอเมริกาไม่เคยเข้าไปช่วยประเทศไหนเลยนอกจากอิสราเอล กลับกันที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาเคยเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตร ช่วยเหลือเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ก็ไม่มีใครเข้าไปช่วย รวมถึงไทยก็ไม่ได้ออกตัวสนับสนุนใดๆ แก่สหรัฐอเมริกาเลย ดังนั้นจะคาดหวังให้สหรัฐอเมริกาช่วยไทยได้อย่างไร
ส่วนช่วงที่มีสถานการณ์ไทย-กัมพูชา นายรัศม์ มองว่าขณะนั้นสหรัฐอเมริกา ก็วางตัวเป็นกลาง เพราะหากเข้าข้างไทยมากเกินไปจะกลายเป็นว่า ประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็ก และในแง่การทหาร สหรัฐอเมริการู้ดีอยู่แล้วว่า กัมพูชาไม่มีทางเอาชนะประเทศไทยได้ จึงเลือกที่จะไม่ออกตัวเข้าข้างฝั่งไทย
ขณะเดียวกันไม่นานมานี้สำนักข่าว The Wall Street Journal สื่อของสหรัฐอเมริกา ออกมาตีข่าว “เรื่องสแกมโบเดีย” และทางการสหรัฐอเมริกายังออกมาแบนกลุ่มทุนเทาของกัมพูชาต่อเนื่อง ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาเข้าข้างไทยในทางอ้อมอยู่ ฉะนั้นจึงมองว่า คำสัมภาษณ์ของ นายสีหศักดิ์ เป็นผลเสียมากกว่าได้
ส่วนที่นักวิชาการหลายคนประเมินว่าสำนักข่าว Washington Post ที่เป็นเหมือนสื่อปฏิปักษ์กับรัฐบาล จงใจใช้คำสัมภาษณ์ของนายสีหศักดิ์โจมตี ทรัมป์ นายรัศม์ มองว่า ถ้าดูจากแนวคำถามเป็นไปได้ที่จะใช้ไทยเป็นเครื่องมือโจมตี
แต่มองว่าทางการทูต ไทยเลือกที่จะหลีกเลี่ยงตอบคำถามได้ อย่างที่ผ่านมาไทยก็มีความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐอเมริกามาโดยตลอด จึงไม่จำเป็นที่จะตอบคำถามในเชิงท้าทาย หรือตำหนิแบบนั้น ซึ่งหากให้วิเคราะห์ในมุมมองของตัวเองมองว่า นักการทูตทั่วไปคงไม่มีใครใช้วิธีสื่อสารแบบนี้ แต่การที่ นายสีหศักดิ์ พูดลักษณะนี้ อาจเป็นเพียงหวังสร้างกระแสนิยมให้กับรัฐบาลหรือไม่
นายรัศม์ มองว่า การให้สัมภาษณ์ Washington Post ไม่ต่างจากการไปด่า ทรัมป์ ถึงหน้าบ้าน จากการประเมินลักษณะนิสัยของ ทรัมป์ ที่เป็นคนค่อนข้างตัดสินใจรวดเร็วตามอารมณ์ ดังนั้นหากไม่พอใจคำสัมภาษณ์ของ นายสีหศักดิ์ ขึ้นมา ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเรื่องการเก็บภาษีนำเข้าใหม่ และท้ายที่สุดคนที่จะเดือดร้อนก็คือประชาชน กลุ่มเกษตรกร และภาคธุรกิจในประเทศไทย
ส่วนประเด็นที่ นายสีหศักดิ์ บอกว่า จะพิจารณาพึ่งพาจีนและรัสเซีย อาจทำให้ไทยได้ประโยชน์จาก 2 ประเทศนี้ มากขึ้นหรือไม่ ด้านนายรัศม์ มองว่า ในแง่ของการทูต การที่รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยบอกว่าจะเข้าหา ทั้ง 2 ประเทศ เพราะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ทำให้ไทยดูเหมือนประเทศที่ไม่มีทางเลือก ดังนั้น การเข้าหาจีนและรัสเซียด้วยเหตุผลแบบ นี้จะทำให้ไทยเสียเปรียบ การต่อรองต่างๆ ก็จะลดน้อยลงไปด้วย