ความคืบหน้า กรณีนายหมิงเฉิน ซัน ชายชาวจีนวัย 31 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำใน จ.ชลบุรี จนนำไปสู่การขยายผลทลายคลังแสงอาวุธสงครามร้ายแรง ล่าสุด พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางดิจิทัล พบประวัติการแชตสนทนา ภาพการฝึกใช้อาวุธ และการเริ่มสะสมอาวุธมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งหลักฐานทั้งหมดชี้ชัดว่าผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา
โดยมูลเหตุจูงใจสำคัญ มาจากการเตรียมการเพื่อรับมือกับความขัดแย้งรุนแรงระหว่างกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ด้วยกันเอง และจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ ยังไม่พบข้อบ่งชี้ใด ๆ ว่าผู้ต้องหา หรือเครือข่าย มีเป้าหมายที่จะก่อวินาศกรรมในประเทศไทย หรือนำอาวุธไปก่อเหตุทำร้ายประชาชนคนไทย
ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและสะสมอาวุธไว้เพื่อจบชีวิต ถือเป็นสิทธิในการให้การของผู้ต้องหา แต่ในทางคดี เจ้าหน้าที่จะยึดถือพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีน้ำหนักทางกฎหมายเป็นสำคัญ
ในด้านการตรวจสอบเส้นทางการเงิน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ ได้รับมอบหมายให้เข้ามาตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาอย่างละเอียด โดยพบว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบหลายสิบล้านบาท ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับบัญชีธนาคารและบัญชีคริปโทฯ ที่ถูกนำไปใช้ในกระบวนการหลอกลวงของแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลไปยังบริษัทที่ผู้ต้องหาเคยจดทะเบียนร่วมกับอดีตภรรยา ตลอดจนตรวจสอบมูลเหตุของการจดทะเบียนสมรส เพื่อหาความเชื่อมโยงในการกระทำความผิดทั้งหมด
และจากการตรวจสอบพบว่า นายหมิงเฉิน ซัน เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านช่องทางตรวจคนเข้าเมือง โดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศจีนและกัมพูชา ประกอบกับการถือครองวีซ่าประเภท PE (Privilege Entry Visa) ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับกลุ่มผู้มีกำลังทรัพย์ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหามีสถานะพำนักระยะยาว (Residence) ในประเทศเกาหลีใต้ และมีการทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรสีชมพู
จากกรณีดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมนำมาเป็นกรณีศึกษาเพื่อถอดบทเรียน โดยจะเสนอให้มีการประสานข้อมูลด้านความมั่นคงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบการพิจารณาออกวีซ่า และอาจนำระบบการให้คะแนนสำหรับชาวต่างชาติมาใช้ในอนาคต เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้กลุ่มอาชญากรอาศัยกำลังทรัพย์ในการใช้สิทธิพิเศษเข้าประเทศ ส่วนกรณีการทุจริตเรียกรับเงิน 2,000 บาท เพื่อทำข้อมูลเท็จในการออกบัตรสีชมพู ถือเป็นการกระทำความผิดส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีการสืบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ส่วนการขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ขณะนี้มีผู้ต้องหาในคดีรวมทั้งสิ้น 6 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาวุธปืนสั้น Glock ให้กับผู้ไม่มีคุณสมบัติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ตั้งเรื่องสอบสวนทางวินัยและดำเนินคดีอาญาแล้ว ขณะที่แหล่งที่มาของอาวุธสงครามอย่างปืน M16 และวัตถุระเบิด แม้กลุ่มผู้ค้าจะพยายามทำลายหลักฐานด้วยการลบหมายเลขประจำปืนเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ แต่เจ้าหน้าที่สามารถสืบทราบแหล่งที่มาได้อย่างน้อย 1 กระบอกแล้ว และกำลังเร่งสืบสวนต่อถึงกระบวนการลักลอบนำเข้าอย่างเข้มข้น
พลตำรวจโทไตรรงค์ ได้เน้นย้ำว่าประเทศไทยไม่ใช่ฐานที่มั่นหรือพื้นที่ซ่องสุมของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ และกลุ่มทุนจีนสีเทา แต่ด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายสแกมเมอร์ ประกอบกับความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของไทย อาจทำให้กลุ่มอาชญากรฉวยโอกาสใช้เป็นเส้นทางผ่านหรือพำนัก ขณะนี้ทางการไทยได้บูรณาการความร่วมมือกับประเทศจีนและกัมพูชา เพื่อทลายเครือข่ายดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงอำนาจอธิปไตยจากต่างชาติ
ขณะเดียวกัน พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำคดีนี้มาทบทวน เพื่อยกกระดับมาตรการคัดกรองและกำกับดูแลชาวต่างชาติกลุ่มเสี่ยง ตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าประเทศไปจนถึงการพำนักอาศัย เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน
ส่วนสถานการณ์ล่าสุดของผู้ต้องหา ที่พบว่ามีอาการชักเกร็งและช็อกอย่างรุนแรงจากความเครียด และการอดอาหารติดต่อกัน 3 วัน ระหว่างถูกคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา ทำให้ต้องถูกส่งเข้ารับการรักษาด่วนที่โรงพยาบาล ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงต้องอยู่ภายใต้การเฝ้าคุ้มกันอย่างแน่นหนาตลอด 24 ชั่วโมง จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ
ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในความควบคุมดูแลของกรมราชทัณฑ์ จึงขอให้ทางราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำการตรวจสอบเบื้องต้น เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้รับทราบสถานการณ์และได้สั่งการกำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการควบคุมและกำกับดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสูงสุด แม้ว่าผู้ต้องหาจะมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิขั้นพื้นฐานก็ตาม
สำหรับข้อสังเกตที่ว่าผู้ต้องหาอาจใช้ข้ออ้างเรื่องการป่วยเป็นโรคทางจิตเวช หรือโรคซึมเศร้า เพื่อหลบเลี่ยงความผิด ทั้งที่มีพฤติการณ์เดินทางไปทั่วโลกและมีทรัพย์สินจำนวนมาก ยอมรับว่าจากการตรวจสอบพบประวัติการรักษาจริง แต่ขอยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือกล่าวอ้างพยานหลักฐานทางการแพทย์ใด ๆ ก็ได้
แต่ในกระบวนการยุติธรรม สิ่งที่จะใช้ยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างชัดเจน และมีน้ำหนักมากที่สุด คือพยานหลักฐานทางดิจิทัล และข้อมูลการสนทนาที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ พร้อมยืนยันว่าตำรวจมีกระบวนการตรวจสอบที่รัดกุม และรู้เท่าทันผู้กระทำความผิด ไม่ถูกหลอกลวงด้วยคำกล่าวอ้างอย่างแน่นอน
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มองว่า หากไม่เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ตำรวจคงไม่สามารถตรวจพบอาวุธและทลายคลังแสงนี้ได้ ประเด็นนี้ชี้แจงว่าปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการจับกุม ไม่ได้มาจากอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือไหวพริบและปฏิภาณของตำรวจผู้เข้าระงับเหตุเป็นคนแรก ซึ่งไม่ได้มองว่าเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงอุบัติเหตุจราจรทั่วไป แต่ได้สังเกต ตรวจค้น และขยายผลจนพบความผิดปกติ ส่งผลให้สามารถสกัดกั้นและจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ก่อนที่จะนำอาวุธไปก่อเหตุร้าย แม้ว่าเป้าหมายของการก่อเหตุในครั้งนี้จะไม่ได้อยู่ในประเทศไทยก็ตาม ซึ่งเหตุการณ์นี้จะถูกนำไปเป็นกรณีศึกษา เพื่อขยายผลและทบทวนแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป