เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้รับแจ้งเหตุเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.442) ชุดรักษาความปลอดภัยครู บริเวณพื้นที่รอยต่อ หมู่ที่ 3 (บ้านซาไก) และ หมู่ที่ 4 (บ้านบูโละสะนีแย) ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส จำนวน 2 นาย
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลเป็นการด่วน โดยมีรายชื่อและอาการเบื้องต้น ดังนี้
- ส.ต.ท.กิตติศักดิ์ ศักดิ์แสง (อาการสาหัส) ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใบหน้า มีเลือดออก รู้สึกตัวดี และสามารถเดินได้
- ส.ต.ท.ปรภัทร วงษ์รวยดี (อาการสาหัส) มีอาการแน่นหน้าอก ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้ แต่ยังมีสติ
- ส.ต.ท.ศักดิ์ชาย แก้วนุ่น (หัวหน้าชุดปฏิบัติการ) มีอาการแน่นหน้าอก
- ส.ต.ท.ณรงศักดิ์ โชติพันธ์ มีอาการแน่นหน้าอก
- ส.ต.ท.นราธิป นิลสุวรรณ มีอาการแน่นหน้าอก
- ส.ต.ท.วิกรม หล๊ะเลย มีอาการแน่นหน้าอก
ทางโรงพยาบาลได้ประสานลำเลียงผู้ป่วยอาการสาหัส จำนวน 2 นาย ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อส่งตัวต่อไปยัง ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล ของโรงพยาบาลศูนย์ยะลา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รอรับตัวเพื่อนำตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลยะลาศูนย์ยะลาแล้ว
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ทำการปิดกั้นเส้นทางและบริเวณจุดเกิดเหตุโดยเด็ดขาด เพื่อเปิดทางให้ทางหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) รวมถึงเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบและเก็บวัตถุพยานในพื้นที่
ด้าน พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่าย และหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ เพิ่มความระมัดระวังและความเข้มงวดในการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างสูงสุด เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มคนร้ายอาจใช้วิธีลวงเจ้าหน้าที่เพื่อก่อเหตุซ้ำซ้อน พร้อมทั้งสั่งการให้เร่งแกะรอยตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี
ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงและส่วนราชการในพื้นที่ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนเพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนหากพบเบาะแสหรือบุคคลต้องสงสัยเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง