นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่บริเวณจุดก่อสร้างอุโมค์รถไฟ พื้นที่ บ้านห้วยช้างลอด หมู่ 10 ตำบลโชคชัย อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงรายเพื่อตรวจสอบจุดเกิดอุบัติเหตุภายในโครงการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟดอยหลวง จ.เชียงราย หลังผนังคอนกรีตถล่มทับคนงาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
นายปัฐตพงษ์ บุญแก้ว วิศวกรโครงการ อธิบายเหตุการณ์ว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่การถล่มของโครงสร้างอุโมงค์หลัก
แต่เป็นส่วนของผนังคอนกรีตที่ฉีดพ่นไว้ชั่วคราว (Shotcrete) ได้หลุดร่วงลงมาในขณะที่คนงานเข้าไปติดตั้งอุปกรณ์นั่งร้าน สาเหตุหลักเกิดจากสภาวะน้ำสะสมในชั้นหินจากการสะสมของฝนในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย ที่ยากต่อการคาดการณ์ทางธรณีวิทยา
นายปัฐตพงษ์ ระบุว่า โครงการนี้ดำเนินการเร็วกว่าแผนงานประมาณ 5-6 เดือน ทำให้ทีมงานมีเวลาเหลือเพียงพอที่จะใช้ความละเอียดรอบคอบในการทำงานต่อไป หลังจากนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ในการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาสแกนความปลอดภัยโครงสร้างทั้งหมดก่อนที่จะอนุญาตให้เครื่องจักรเข้าปฏิบัติงานต่อ
ด้านนายภัทรพงศ์ กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมแสดงความอาลัยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
พร้อมยืนยันว่าผู้บาดเจ็บต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และครอบครัวผู้เสียชีวิตต้องได้รับการเยียวยาตามสิทธิและกฎหมายอย่างเต็มที่ และระบุว่า จะเร่งรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดรายงานต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด รวมถึงพิจารณาทั้งปัจจัยทางเทคนิคและความเป็นไปได้ของความบกพร่องหรือความประมาทในการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยว่า ก่อนดำเนินการเจาะหรือฉีดคอนกรีต ต้องมีการประเมินสภาพชั้นหินอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ และหากพบว่ามีความประมาทหรือการละเลยมาตรฐานความปลอดภัย จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
สำหรับมาตรการเยียวยา รมช.คมนาคม และทางโครงการยืนยันว่าจะดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและการจัดการงานศพอย่างเต็มที่ ส่วนค่าชดเชยเยียวยาระยะยาวอยู่ระหว่างการพิจารณาตัวเลขที่เหมาะสมร่วมกับญาติผู้เสียหายต่อไป
สำหรับอุโมงค์ดอยหลวง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้างราว 19,385 ล้านบาท ดำเนินการโดยกิจการร่วมค้า โดยถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ที่เชื่อมภาคเหนือกับพื้นที่ชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง