พ.ต.อ.ธีรพล ยมนา ผกก.สภ.กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ สั่งการให้ พ.ต.ท.สุชิน วัดจะโป๊ะ รอง ผกก. สืบสวน และ พ.ต.ท.ชินวัส โคนาโล สารวัตรสืบสวน พร้อมชุดสืบสวน เข้าควบคุมตัว นายพัน อายุ 45 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 1 ต.โคกกล่อง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี หลังก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ ที่หน้าร้านค้าแห่งหนึ่งในตลาดสดเทศบาลกระสัง เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ได้ที่บริเวณสถานีรถไฟ ศีขรภูมิ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.กระสัง
จากการสอบถาม นายพัน เล่าว่าตนเองมีอาชีพเก็บของเก่าขาย นั่งรถไฟมาเยี่ยมพ่อตาที่บวชเป็นพระ ที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง หลังจากนั้นได้เดินมาที่ตลาด เห็นรถจักรยานยนต์จอดเสียบกุญแจทิ้งไว้ ที่ร้านค้า จึงขี่ออกมาเพื่อที่จะกลับบ้าน จ.อุบลราชธานี ตามคลิปวงจรปิด จากนั้นได้นำรถจักรยานยนต์ไปขายได้เงิน 3,000 บาท โดยนำเงินที่ได้มาซื้อเหล้าเลี้ยงเพื่อนจนเกลี้ยง จนตำรวจตามมาจับกุม
นายพัน ยังกล่าวต่อไปว่า ตนอยากฝากเตือนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ อย่าลืมกุญแจไว้ที่รถ เพราะเสี่ยงสูญหาย และอยากฝากขอโทษเจ้าของรถคันที่ตนเองขโมยไปด้วย
ด้าน พ.ต.อ.ธีรพล ยมนา ผกก.สภ.กระสัง กล่าวว่าจากสถิติคดีโจรกรรมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เป็นต้นเหตุทำให้รถหายมากที่สุด คือ "การลืมกุญแจรถคาไว้ที่ตัวรถ " หรือ สตาร์ตรถเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ขณะลงไปทำธุระเพียงชั่วครู่ ซึ่งมิจฉาชีพในปัจจุบันใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 วินาที ในการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ยิ่งหากเจ้าของรถลืมกุญแจทิ้งไว้ ก็เท่ากับเป็นการ "ยื่นรถให้โจร" โดยตรง ซึ่งจุดเสี่ยงที่พบรถหายบ่อยที่สุด ได้แก่ หน้าโรงพยาบาล ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดนัดชุมชน หน้าบ้านพัก หรือหอพักของตนเอง รวมทั้งพื้นที่เปลี่ยว หรือซอยมืด เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สิน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือประชาชน อย่าทิ้งกุญแจไว้ที่รถ ขณะจอดรถ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสขโมยรถได้โดยง่าย ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที เบื้องต้น ตำรวจตั้งข้อหานายพัน ในข้อหา “ ลักทรัพย์ “ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป