จากกรณี ป.ป.ช. และ ตำรวจ บก.ปปป. เข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ถูกใช้เป็นที่แก้ไขกระดาษคำตอบ เพื่อปรับคะแนนสอบช่วยเหลือผู้ที่จ่ายเงิน 350,000-800,000 บาท ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568
ทั้งนี้ ทีมข่าว PPTV สืบค้นข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัทดังกล่าวมีรายชื่อผู้ถือหุ้น 3 ราย เป็นพี่น้องกัน(นามสกุลเดียวกัน) 2 ราย คือ นาง ส. และ นาย พ.
โดยนาง ส. มีตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข แห่งหนึ่ง ใน จ.นนทบุรี ส่วนนาย พ. หรือที่รู้จักกันในชื่อจ่า พ. มีตำแหน่งผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนผู้ถือหุ้นอีกรายไม่พบข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นคนที่1 และ 2 อย่างไร
อีกข้อมูลที่น่าสนใจคือ บริษัทดังกล่าว จดทะเบียนเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2559 ทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท แจ้งจดว่า ประกอบธุรกิจซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองที่ไม่ใช่เพื่อเป็นที่พักอาศัย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดสอบอะไรแต่อย่างใด และไม่ใช่โรงพิมพ์ด้วย ที่สำคัญ ผลประกอบการล่าสุด ปี 2568 รายได้รวม 9,672.93 บาท แต่รายจ่ายรวม 2,619,289.72 บาท ขาดทุนสุทธิ 2,609,616.79 บาท
โดยทีมข่าว PPTV ได้ลงพื้นที่ไปยังสำนักงานเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังมีกระแสข่าวว่าเทศบาลเมืองวิเชียรบุรีไร้ผู้คน ภายหลังมีชื่อของนาย พ. ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ ถูกเชื่อมโยงว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งจากการตรวจสอบสำนักงานเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี พบว่าแม้บริเวณภายนอกอาคารจะค่อนข้างเงียบ แต่ภายในสำนักงานยังมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามปกติ และยังคงเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ
ทีมข่าวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ภายในเทศบาลฯ พบว่า นาย พ. ไม่ได้เดินทางเข้ามาปฏิบัติงานที่สำนักงานตั้งแต่มีข่าวปรากฏต่อสาธารณะ แต่ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ยังคงมาปฏิบัติงานตามปกติ
ขณะที่นายชาญวิทย์ จันละมุด รองปลัดเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า ขณะนี้เทศบาลได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางราชการแล้ว โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และส่งเรื่องให้จังหวัดพิจารณาผ่านคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด (ก.ท.จ.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังเกิดเหตุเทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เร่งดำเนินการตามกระบวนการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยส่งเรื่องให้จังหวัดร่วมพิจารณากับเทศบาล
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อวานนี้(23 มิ.ย.) ไม่มีผู้บริหาร หรือเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน และบรรยากาศเทศบาลนั้นดูเงียบและไร้ผู้คนนั้น นายชาญวิทย์ ระบุว่า ในวันดังกล่าวตนเองติดภารกิจเข้าร่วมประชุมสันนิบาตเทศบาลที่จังหวัด ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี ติดภารกิจเข้ารับการอบรม ส่วนรองนายกเทศมนตรีลงพื้นที่ปฏิบัติงานตามภารกิจ จึงไม่มีผู้บริหารอยู่ที่สำนักงาน และไม่มีเจ้าหน้าที่ที่สามารถให้ข้อมูลในประเด็นดังกล่าวได้
โดยนายชาญวิทย์ บอกด้วยว่าขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้ ก่อนเกิดประเด็นนี้ขึ้น นาย พ. ยังคงเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และจากการทำงานที่ผ่านมาไม่พบสิ่งผิดสังเกต
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่ามีเจ้าหน้าที่รายอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่นั้น นายชาญวิทย์ กล่าวว่า เทศบาลยังไม่มีข้อมูลในส่วนดังกล่าว และไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นายชาญวิทย์ ยังปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า นายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของเทศบาลทั้งหมด และได้ส่งรายชื่อให้จังหวัดพิจารณาตามขั้นตอนแล้ว