สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ตั้งข้อหาพนักงานสายการบินรายหนึ่ง ฐานลักลอบนำเข้าเฮโรอีนมากกว่า 1 กิโลกรัมเข้าสู่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยเป็นหญิงสัญชาติไทย อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และเดินทางถึงสนามบินเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2026 โดยกระเป๋าสัมภาระของเธอถูกเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) ตรวจสอบ
และพบสิ่งผิดปกติระหว่างการตรวจเอกซเรย์กระเป๋าผ้า (Tote Bag) จำนวน 12 ใบ ก่อนจะ พบว่า เป็นผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋า
ทราบต่อมาเฮโรอีนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม มูลค่า 11 ล้านบาท ก่อนที่ตำรวจจะยึดกระเป๋าทั้งหมดไว้เป็นของกลางและจับกุมหญิงรายนี้ โดยเธอถูกตั้งข้อหาดังต่อไปนี้
-
1. ข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดที่ต้องควบคุมตามแนวชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า 1 กระทง ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา (เครือรัฐ) มาตรา 307.2(1) ความผิดนี้มีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
-
2. ข้อหาครอบครองยาเสพติดที่ต้องควบคุมตามแนวชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า 1 กระทง ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา (เครือรัฐ) มาตรา 307.6(1) ความผิดนี้มีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปีเช่นกัน
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่เกิดเหตุ
บมจ.การบินไทย
ตำรวจออสเตรเลียจับแอร์สาวไทย วัย 26 ลักลอบนำเฮโรอีน 1 กก. เข้าประเทศ ที่สนามบินเมลเบิร์น คาดมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท
การบินไทย ชี้แจง กรณีแอร์โฮสเตสสาวไทยลอบขนยาเสพติด
ต่อมาบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกมาชี้แจง กรณีพนักงานของสายการบินถูกเจ้าหน้าที่ของประเทศออสเตรเลียควบคุมตัวระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียนั้น
บริษัทฯ ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวและได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการของกฎหมาย
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ มีระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน รวมถึงนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอย่างเคร่งครัด โดยห้ามมิให้พนักงานครอบครอง นำเข้า ขนส่ง หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการสื่อสารและกำชับให้พนักงานถือปฏิบัติตามระเบียบของบริษัทฯ รวมถึงกฎหมายของประเทศที่ให้บริการอย่างเคร่งครัดก่อนการปฏิบัติหน้าที่ทุกเที่ยวบิน หากกระทำผิดบริษัทฯ จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
จากข้อมูลเบื้องต้น บริษัทฯ เข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับพนักงานรายบุคคล ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่เกิดเหตุ โดยบริษัทฯ ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายของทุกประเทศที่ให้บริการและไม่สนับสนุนการกระทำใดๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ตลอดกระบวนการ