เตรียมรับพลังงานบวกครั้งใหญ่สำหรับสายมูเตลูในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 นี้ ซึ่งถือเป็นฤกษ์มงคลที่หาได้ยากยิ่งในรอบปีและบางปีอาจไม่มีฤกษ์นี้เกิดขึ้นเลย นั่นคือ "วันจันทร์ซ้อนจันทร์" หรือวันจันทร์ที่ตรงกับวันพระจันทร์เต็มดวงพอดี โดยโบราณมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่าเป็นวันแห่งมหาเสน่ห์และเมตตามหานิยมขั้นสุด เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าชีวิตหรือดวงชะตาในช่วงนี้มีความติดขัด ขาดพลังบวก หรือต้องการเสริมออร่าความเมตตาให้ตนเอง
ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยในทางดาราศาสตร์ คืนวันที่ 29 มิถุนายนนี้ เป็นช่วงที่ดวงจันทร์กำลังเข้าใกล้จุดพระจันทร์เต็มดวง (Full Moon) และจะเต็มดวงสว่าง 100% ในช่วงเช้าของวันถัดไป ทำให้ในค่ำคืนนี้ดวงจันทร์จะทอแสงสว่างไสวเปล่งประกายทั่วท้องฟ้า ซึ่งในต่างประเทศจะเรียกพระจันทร์เต็มดวงในเดือนมิถุนายนนี้ว่า "Strawberry Moon" ขณะที่ในทางโหราศาสตร์ไทย ปรากฏการณ์นี้หมายถึงการที่ "วันจันทร์ (ตามปฏิทินสุริยคติ) เวียนมาตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ (ตามปฏิทินจันทรคติ)" ซึ่งถือเป็นมหาฤกษ์มงคลที่เกิดขึ้นได้ยากมากในแต่ละปี โดยในปี 2569 นี้ มีการโคจรมาบรรจบกันเพียง 3 ครั้งเท่านั้น คือในเดือนกุมภาพันธ์ มิถุนายน และตุลาคม ทำให้ครั้งนี้ถูกยกให้เป็น "มหาฤกษ์มงคลกลางปี" ที่ทรงพลังและน่าจับตามองที่สุด
ตามตำราโบราณระบุว่า "ดาวจันทร์" คือตัวแทนของความอ่อนโยน ความมีเสน่ห์ เมตตามหานิยม และความสมบูรณ์พูนสุข เมื่อความสว่างไสวของพระจันทร์เต็มดวงมาซ้อนทับอยู่บนวันจันทร์ พลังงานหยินหรือพลังแห่งความเมตตาจึงทวีคูณขึ้นเป็นสองเท่า โหราจารย์และผู้เชี่ยวชาญจึงนิยมใช้ฤกษ์นี้ในการทำพิธีสายขาวเพื่อเสริมสิริมงคล โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานด่านหน้า อาชีพที่ต้องใช้คำพูด การเจาะลึกเจรจาค้าขาย หรือผู้ที่ต้องการให้ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดู รวมถึงผู้ที่ต้องการเสริมดวงความรักและการเงิน สำหรับช่วงเวลาฤกษ์ที่ดีที่สุดในการตั้งจิตอธิษฐานและรับพลังงานจะอยู่ในห้วงเวลาประมาณ 23.00 น. ถึง 00.15 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงจันทร์ลอยเด่นและส่งพลังงานลงมาอย่างเต็มกำลัง
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติในการรักษาจริยธรรมและจิตใจ โดยในวันดังกล่าวผู้เข้าร่วมพิธีควรทำจิตใจให้ผ่องใส บริสุทธิ์ งดเว้นการคิดร้าย การนินทาว่าร้าย หรือการใช้วาจาเชือดเฉือนทิ่มแทงผู้อื่นอย่างเด็ดขาด เนื่องจากฤกษ์นี้เป็นฤกษ์สายขาวแห่งความเมตตาอันบริสุทธิ์ หากผู้ใดคิดร้ายหรือทำสิ่งไม่ดี แรงกุศลของดาวจันทร์อาจตีกลับส่งผลเสียต่อตัวผู้กระทำเอง และสำหรับผู้ที่ทำพิธีกลางแจ้ง ต้องระมัดระวังไม่ให้เงาของต้นไม้หรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ มาบดบังตัวเองในขณะรับแสงจันทร์ เพื่อให้ร่างกายและจิตใจสามารถซึมซับพลังงานแห่งความสมบูรณ์พูนสุขได้อย่างเต็มที่ ถือเป็นการรีเซ็ตพลังใจ เคลียร์สิ่งหม่นหมอง และเปิดประตูต้อนรับสิ่งดีๆ เข้ามาสู่ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้สายมูนิยมทำ "พิธีอาบน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ" เพื่อชำระล้างพลังงานลบและเปิดรับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่สามารถประกอบพิธีได้เองที่บ้าน สำหรับขั้นตอนและสิ่งที่จะต้องจัดเตรียมในพิธีนี้ ประกอบด้วย ภาชนะใส่น้ำสะอาดขนาดใหญ่ที่ลอยด้วยดอกไม้หอมตามความสะดวก เช่น ดอกดาวเรือง ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ หรือดอกรัก พร้อมด้วยธูป 3 ดอก เทียนบูชาพระ 2 เล่ม และเทียนขี้ผึ้งแท้สำหรับใช้ทำน้ำมนต์ โดยจะเริ่มทำพิธีได้เมื่อพระจันทร์ขึ้น ด้วยการนำภาชนะน้ำที่เตรียมไว้ไปตั้งไว้กลางแจ้งให้แสงจันทร์ส่องถึง หรือหากอยู่หอพักและคอนโดมิเนียมก็สามารถทำต่อหน้าหิ้งพระหรือหันหน้าไปทางทิศตะวันออกได้ จากนั้นทำการจุดธูปเทียนเพื่อตั้งจิตบูชาพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ ก่อนจะจุดเทียนขี้ผึ้งนำมาวนเหนือผิวน้ำตามเข็มนาฬิกาพร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานให้แน่วแน่ในขณะเริ่มสวดมนต์ โดยปล่อยให้น้ำตาเทียนหยดลงในน้ำ ซึ่งบทสวดจะเริ่มจากการตั้งนะโม 3 จบ ตามด้วย "พระคาถาโมรปริตร" เพื่อเปิดดวงและคุ้มครองภัย และต่อด้วย "พระคาถาอาบน้ำเพ็ญ" จำนวน 15 จบ ซึ่งเท่ากับกำลังวันจันทร์
หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำน้ำมนต์แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการอาบน้ำมนต์โดยผู้ทำพิธีจะต้องอาบน้ำสระผมด้วยสบู่และน้ำสะอาดตามปกติให้ร่างกายสะอาดเรียบร้อยเสียก่อน เพื่อให้พร้อมรับความเป็นสิริมงคล จากนั้นจึงนำน้ำมนต์ที่ทำพิธีเสร็จแล้วมาราดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานในใจขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและบารมีแห่งพระจันทร์เพ็ญช่วยชำระล้างพลังงานไม่ดี สิ่งติดขัด และความทุกข์โศกให้ไหลไปกับสายน้ำ รวมถึงขอให้บังเกิดสิริมงคล เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ และมหาโชคลาภเข้ามาสู่ตัว และเมื่อรดน้ำมนต์เสร็จสิ้นแล้วให้เช็ดตัวให้แห้งโดยไม่ต้องอาบน้ำสะอาดซ้ำ เพื่อให้ร่างกายได้ซึมซับพลังงานมงคลในค่ำคืนนี้ไว้อย่างเต็มที่ ถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีอาบน้ำมนต์ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ