นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความคืบหน้าเพลิงไหม้สถานบันเทิงโรงเบียร์ย้านลาดพร้าวซอย 1 ว่า ข้อมูลล่าสุดเวลา 06.00 น. ตอนที่ตนออกมา มีผู้เสียชีวิต 27 ราย ระบุตัวตนได้ 6 ราย ชาย 3 ราย หญิง 3 ราย ทั้งหมดเป็นผู้ชาย 9 ราย ผู้หญิง 18 ราย ที่เหลือยังระบุไม่ได้ สถาบันนิติเวช ตอนนี้ก็ไปอยู่ที่สถาบันนิติเวช ให้ประชาชนเข้ามาติดต่อได้ 2 จุด คือ MRT พหลโยธิน ประตู 4 เชื่อว่าจะมีญาติพี่น้องจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าญาติตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะ 22 คน บางคนใส่ท่อพูดไม่ได้
สำหรับอุปสรรคของเหตุการณ์นี้คืออะไร นายชัชชาติ ระบุว่า สถานที่ดังกล่าวไม่ใช่สถานบริการอยู่นอกโซนนิ่ง ขอใบอนุญาตเป็นร้านอาหารและเล่นดนตรี ขออนุญาตตามกฎหมาย เหตุเกิดเกือบเที่ยงคืนบริเวณหน้าเวที ไฟลามจากเพดานอย่างรวดเร็ว มีควันเยอะ สำหรับทางหนีไฟมี 2 ทาง มีสิ่งกีดขวาง การเข้าไปตรวจสอบเมื่อเดือนเมษายน 2569 ไม่ได้พบปัญหาอะไร แต่ระหว่างปฏิบัติการและการทำงานอาจจะมีการเอาของไปวางขวางไว้
สำหรับสภาพที่ตรวจช่วงเดือนเมษายนกับตอนปัจจุบันนั้น ตอนนี้ไม่เห็นป้ายไฟทางหนีไฟ จะต้องมีการตรวจสอบ เพราะมีหลักฐานอยู่ ส่วนโครงสร้างไม่ได้รุนแรง โต๊ะเก้าอี้ยังอยู่ในสภาพปกติพลาสติกไม่ได้ละลาย ปัญหาหลักน่าจะเป็นเรื่องควันที่รุนแรงจนหลายคนหมดสติ
เมื่อถามว่า เหตุเพลิงไหม้ที่ซานติก้าผับ มีปัญหาเรื่องทางออกฉุกเฉิน เหตุการณ์ครั้งนี้ต่างกันอย่างไร นายชัชชาติ ระบุว่า ที่ผ่านมา กทม. ก็เคยมีการตรวจเส้นทางหนีไฟ โลโก้สะท้อนแสงมีหรือไม่ เพราะเป็นมาตรฐานที่ต้องตรวจสอบ ส่วนการดำเนินงานแต่ละวันจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการเข้าใจถึงความจำเป็นและต้องสุ่มตรวจให้ละเอียดมากขึ้น
หากพบว่ามีการละเลยจะมีมาตรการอย่างไรกับผู้ประกอบการ นายชัชชาติ เผยว่า ต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ต้องดูกฎหมายภาพรวม กฎหมายสถานบริการมีรายละเอียดชัดเจนว่า แต่สถานบริการจำกัดอยู่แค่ 3 โซน คือ พัฒน์พงศ์ RCA และสีลม ต้องปรับสถานบันเทิงให้เหมาะสมกับสภาพที่เปลี่ยนไป ต้องทำอย่างไรให้กฎหมายเพิ่มความเข้มข้นครอบคลุมไปถึงทุกที่ อีกทั้งเคยมีการหารือกับตำรวจและกระทรวงมหาดไทยแล้วเรื่องการปรับโซนนิ่ง ตอนนี้ยังไม่มีใครเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสถานบริการ
หากผู้ประกอบการเคยกระทำผิดจะต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการหรือไม่ แต่กรณีนี้เจ้าของร้านเคยปรับปรุงสถานประกอบการในพื้นที่ภาคอีสาน แต่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ก่อนย้ายมาเปิดกิจการในกรุงเทพฯนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลในส่วนดังกล่าว แต่ท้ายที่สุดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน แม้ผู้ประกอบการจะมีประวัติดี แต่หากมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินตามกฎหมาย ฐานข้อมูลในปัจจุบันอาจยังไม่ครอบคลุม เชื่อว่าในอนาคตจะสามารถตรวจสอบประวัติผู้ประกอบการได้ละเอียดกว่าเดิม
ส่วนพื้นที่เกิดเหตุนั้น จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่พื้นที่ของการรถไฟฯ แต่เป็นพื้นที่เอกชน
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการสแกนตรวจสอบสถานประกอบการทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า โดยปกติการตรวจสอบจะต้องเข้าตรวจในช่วงที่สถานประกอบการเปิดดำเนินกิจการจริง เพราะหากเข้าตรวจในช่วงที่ผู้ประกอบการเตรียมสถานที่ ทุกอย่างอาจถูกจัดให้เป็นไปตามระเบียบ จำเป็นต้องมีการสุ่มตรวจระหว่างการประกอบกิจการด้วย