รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด อดีตอาจารย์และนักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์กรณีเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 13 ธันวาคม 2569
รศ.ดร. วีรชัย วิเคราะห์ว่า เหตุดังกล่าวเริ่มต้นจากการเกิดความผิดปกติทางไฟฟ้า เกิดไฟตก เกิดจุดต่อหรือสายไฟร้อนจัด ส่งผลให้ฉนวนและพลาสติกเกิดควันขาว เกิดอาร์กหรือประกายไฟ ไอระเหยติดไฟ จากนั้นเพลิงจึงลุกลาม
รศ.ดร. วีรชัย อธิบายว่า ฉนวนที่พบว่าใช้ในร้านราคาถูกแต่ไม่ทนไฟ และเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ตามหลักวิทยาศาสตร์ ควันสีขาวที่เกิดก่อนมีเปลวไฟ มักเป็นสัญญาณว่า วัสดุภายในกำลังได้รับความร้อนสูงและเริ่มสลายตัว แต่ยังเผาไหม้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อเกิดพร้อมกับอาการไฟตกหรือแสงไฟหรี่ลง ยิ่งทำให้น่าสงสัยถึงความผิดปกติของระบบไฟฟ้า
ฉนวนสายไฟและพลาสติกเริ่มสลายตัวด้วยความร้อน ก่อนที่วัสดุจะลุกเป็นเปลวไฟ พลาสติก ฉนวนสายไฟ โฟม เฟอร์นิเจอร์ หรือแผงวงจรจะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า ไพโรไลซิส (Pyrolysis) คือการแตกตัวทางเคมีจากความร้อนและปล่อยไอระเหยที่ติดไฟได้ออกมา แม้ช่วงนั้นอาจยังมองไม่เห็นเปลวไฟก็ตาม
ประกายไฟจากการอาร์ก จุดต่อร้อนจัด หรือชิ้นส่วนไฟฟ้าที่ไหม้สามารถเป็นแหล่งจุดระเบิดได้ เมื่อไอจากพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์ผสมกับออกซิเจนในสัดส่วนที่เหมาะสม จะลุกเป็นเปลวไฟอย่างรวดเร็ว จากนั้นเมื่อการเผาไหม้รุนแรงขึ้นและเกิดเขม่าคาร์บอนมากขึ้น ควันอาจเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเทาหรือดำ
ขณะที่ภาพเปลวเพลิงที่ออกมาจากประตูร้านนั้น รศ.ดร. วีรชัย อธิบายว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิด Flashover เมื่อความร้อนในห้องสูงมาก วัสดุหลายอย่างในห้องอาจติดไฟเกือบพร้อมกัน ทำให้ทั้งห้องกลายเป็นเปลวไฟ และไฟทะลักออกตามช่องประตูหรือหน้าต่าง ไฟพุ่งออกจากช่องประตู มักเกิดจากภายในห้องมีความร้อน ควัน และก๊าซเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมาก แล้วประตูกลายเป็น "ทางระบาย" ของไฟและก๊าซร้อน