เปิดใจ 25 ปีของการให้ “มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก” กำลังวิกฤต ไม่มีแม้แต่ค่าเช่าที่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดใจ 25 ปีของการให้ “มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก” กำลังวิกฤต ไม่มีแม้แต่ค่าเช่าที่ กำลังรอการส่งต่อน้ำใจ เพื่อเดินหน้าสร้างโอกาสให้เด็ก ผู้ด้อยโอกาสต่อไป

25 ปีของการให้ วันนี้! “มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก” กำลังรอการส่งต่อน้ำใจ เพื่อเดินหน้าสร้างโอกาสให้เด็กและผู้ด้อยโอกาสต่อไป

มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก กำลังเผชิญวิกฤตด้านงบประมาณครั้งสำคัญ หลังยอดเงินบริจาคลดลงอย่างต่อเนื่องจนไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน แม้แต่ค่าเช่าสำนักงาน ขณะที่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่รอรับโอกาสจากสังคมกลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งเด็ก เยาวชน คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ไร้ที่พึ่ง รวมถึงครอบครัวผู้ต้องขัง

มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก FB มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
คุณเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก

คุณเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก เปิดเผยว่า ปัจจุบันมูลนิธิหลายแห่งกำลังประสบปัญหาด้านยอดบริจาคลดลงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะองค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนาเด็กและการเรียนรู้ ซึ่งมักได้รับการสนับสนุนน้อยกว่าองค์กรที่ทำงานด้านการสงเคราะห์และปัจจัย 4

ซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องปัจจัย 4 มากกว่าเรื่องของการพัฒนาเด็กผ่านหนังสือ ทั้งที่หนังสือสามารถสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อ แม่ ลูก รวมถึงครูกับเด็กได้เป็นอย่างดี และยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่เด็กจะติดจอ หรือไหลลงไปในเส้นทางที่ไม่เหมาะสมได้

นอกจากอาหารกายแล้ว มนุษย์ยังต้องการอาหารอีก 3 ด้าน ได้แก่ อาหารใจ อาหารสมอง และอาหารธรรมะ ซึ่งเป็นสิ่งที่มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กตั้งใจมอบให้กับกลุ่มเป้าหมายผ่านหนังสือและกิจกรรมการเรียนรู้ เพราะเชื่อว่าการพัฒนาเด็กไม่ใช่เพียงการทำให้มีข้าวกิน หรือมีที่เรียนเท่านั้น แต่ต้องมีการพัฒนาทางอารมณ์ สติปัญญา และคุณธรรมควบคู่กันไป

อย่างไรก็ตาม งานด้านการพัฒนาเหล่านี้กลับได้รับการสนับสนุนจากสังคมน้อยกว่า จนปัจจุบันมูลนิธิฯ กำลังเผชิญภาวะวิกฤตด้านงบประมาณอย่างหนัก

มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก FB มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
25 ปีของการให้ วันนี้! “มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก” กำลังรอการส่งต่อน้ำใจ เพื่อเดินหน้าสร้างโอกาสให้เด็กและผู้ด้อยโอกาสต่อไป

25 ปีแห่งการส่งต่อโอกาส จาก “หนังสือเล่มแรก” สู่ประชาชนกว่า 19 ล้านคน

มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ก่อตั้งเมื่อปี 2544 และในปี 2569 ถือเป็นการดำเนินงานครบรอบ 25 ปี โดยหนึ่งในผลงานสำคัญ คือโครงการ “หนังสือเล่มแรก” (Bookstart) ที่นำแนวคิดจากประเทศอังกฤษมาปรับใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2546 และสามารถผลักดันเชิงนโยบายจนรัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการให้เด็กแรกเกิดได้รับหนังสือเล่มแรก

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบเขตการทำงานจากการดูแลเด็กเพียงอย่างเดียว ไปสู่การทำงานกับทุกช่วงวัย ตั้งแต่ลูกในครรภ์ เด็ก เยาวชน คนพิการ ผู้ไร้ที่พึ่ง ผู้สูงอายุ พ่อในคุก แม่ในคุก ลูกในคุก และลูกที่อยู่ที่บ้าน เพราะเชื่อว่าหากผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเด็กได้รับการพัฒนา เด็กก็จะเติบโตไปพร้อมกับสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น

ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ทำงานครอบคลุมประชาชนกว่า 19,506,763 คน แบ่งเป็นเด็กและเยาวชนจำนวน 6,451,688 คน และกลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู พี่เลี้ยง ผู้ดูแลเด็ก คนทำงานด้านเด็ก รวมถึงประชาชนทั่วไปอีก 13,055,075 คน

ขยายพื้นที่ทำงาน 121 พื้นที่ ใน 27 จังหวัด

สำหรับปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่ 25 ของการดำเนินงาน มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กได้ขยายพื้นที่การทำงานครอบคลุม 121 พื้นที่ ใน 27 จังหวัดทั่วประเทศ โดยล่าสุดได้ขยายการทำงานไปยังเด็กและเยาวชนอายุ 12-18 ปี ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเพิ่มเติมอีก 8 แห่ง เพื่อเปิดโอกาสให้กับเยาวชนที่เคยก้าวพลาดในชีวิตได้กลับมาเริ่มต้นใหม่

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มพ่อแม่ที่อยู่ในเรือนจำและลูกที่รออยู่ที่บ้าน ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ต้องเผชิญกับความเปราะบางซ้ำซ้อน ทั้งการพลัดพรากจากครอบครัวและการขาดโอกาสในการเรียนรู้

มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กทำงานร่วมกับกรมราชทัณฑ์มาตั้งแต่ปี 2549 โดยเริ่มต้นจากการดูแลแม่ที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตรในเรือนจำ ก่อนขยายผลเป็นโครงการ “คืนแม่จากคุกให้ลูก คืนสุขให้บ้าน” และ “คืนพ่อจากคุกให้ลูก คืนสุขให้บ้าน”

ในช่วงแรกโครงการครอบคลุมเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี ก่อนจะขยายเป็นเด็กอายุไม่เกิน 9 ปีในปัจจุบัน โดยผู้ต้องขังที่พ้นโทษจะได้รับหนังสือกลับบ้านคนละ 3 เล่ม เพื่อนำไปอ่านกับลูก ขณะที่เด็กที่อยู่บ้านก็จะได้รับการส่งเสริมการอ่านและกิจกรรมการเรียนรู้เช่นเดียวกัน

ส่งต่อหนังสือไม่ต่ำกว่า 19 ล้านเล่ม

เป้าหมายสำคัญของมูลนิธิฯ คือการมอบหนังสืออย่างน้อย 3 เล่มต่อ 1 คน ให้กับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ หากคำนวณจากจำนวนผู้ได้รับประโยชน์กว่า 19 ล้านคน ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา คาดว่ามูลนิธิฯ ได้ส่งต่อหนังสือไปแล้วไม่ต่ำกว่า 19 ล้านเล่ม และในแต่ละปีมีการบริจาคหนังสือจำนวนหลักล้านเล่มให้แก่ผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ

วิกฤตหนัก! ไม่มีงบทำงาน ใช้เงินส่วนตัวกว่า 21 ล้านบาท

คุณเรืองศักดิ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีในการทำงานด้านสาธารณกุศล ได้ใช้เงินส่วนตัวไปแล้วกว่า 21 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการทำงานขององค์กร เพราะไม่สามารถตัดใจจากผู้คนที่กำลังรอโอกาสจากสังคมได้

“ยังจำภาพแม่ในคุกที่เข้ามากอดแล้วร้องไห้ พร้อมสัญญาว่า ถึงแม้เขาจะเป็นลูกที่เลว แต่เขาจะเป็นแม่ที่ดีของลูกได้ และมีพ่อคนหนึ่งที่กอดผมหลายครั้งพร้อมร้องไห้แล้วพูดว่า ถ้าพ่อกอดเขาอย่างที่พี่กอด เขาคงไม่ได้มาอยู่ในคุก คนกลุ่มนี้หิวความรัก หิวอ้อมกอด และกำลังรอโอกาสจากสังคมไทย”

ทั้งนี้ มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กต้องการเป็นเพียงสะพานทอดเชื่อมน้ำใจของคนไทย เพื่อส่งต่อโอกาสไปยังเด็ก เยาวชน คนพิการ ผู้ไร้ที่พึ่ง ผู้สูงอายุ พ่อในคุก แม่ในคุก ลูกในคุก ลูกในครรภ์ และลูกที่บ้าน ให้มีหนังสือดีๆ อ่าน และมีอาหารดีๆ กิน

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาส สามารถร่วมบริจาคได้ที่มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ธนาคารกสิกรไทย สาขาซีคอน บางแค ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 034-2-93705-5 โดยไม่ว่าจะเป็นเงินจำนวนเท่าใด ก็สามารถเป็นพลังสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคมได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ