วันที่ 27 ก.ค.2569 นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยถึงกรณีหญิงไทย อายุ 28 ปี ถูกจับกุมที่สนามบินฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น หลังตรวจพบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ โดยระบุว่าขั้นตอนดำเนินคดีของประเทศญี่ปุ่นแตกต่างจากหลายประเทศ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันชนิดและปริมาณยาเสพติดที่แท้จริงก่อน
เบื้องต้น ป.ป.ส. ทราบเพียงว่าพบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ แต่ยังไม่ทราบปริมาณที่แน่ชัด หากผลสอบสวนพบว่าเป็นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดเพื่อการค้า มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต แต่ศาลญี่ปุ่นจะพิจารณาลงโทษตามพฤติการณ์แห่งคดี ซึ่งคดีลักษณะนี้มักได้รับโทษจำคุกประมาณ 5-10 ปี
โฆษก ป.ป.ส. ระบุว่าขณะนี้ทางการญี่ปุ่นประสานมาว่ามีการดำเนินคดีกับสาว 28 ปีใน 2 ข้อหา คือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทไอซ์และความผิดตามกฎหมายศุลกากร โดยอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของตำรวจญี่ปุ่น เบื้องต้นทางการญี่ปุ่นได้นำตัวฝากขังไว้ที่อัยการตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. และจะครบกำหนดฝากขังในวันที่ 2 ส.ค. แต่เนื่องจากตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ จึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 31 ก.ค. ที่อัยการจะพิจารณาว่าจะมีคำสั่งฟ้องคดีหรือไม่ หากถูกสั่งฟ้องจะถูกควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดีภายใน 2 เดือน จึงจะรู้คำตัดสินของคดี แต่หากอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาจะถูกผลักดันออกนอกประเทศและเดินทางกลับประเทศไทยได้ทันที
ส่วนประเด็นที่ครอบครัวเชื่อว่าสาว 28 ปีเป็นเพียงผู้เสียหายและถูกหลอกใช้ ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเหยื่อหรือเป็นผู้ร่วมขบวนการเพราะเป็นอำนาจการสอบสวนของตำรวจญี่ปุ่น ซึ่งจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำ และตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ก่อนนำไปประกอบการพิจารณาของพนักงานอัยการว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ เช่นเดียวกับแนวทางที่เคยเกิดขึ้นในคดีลักษณะเดียวกันในต่างประเทศ
สำหรับครอบครัวที่ยังไม่สามารถติดต่อผู้ถูกจับกุมได้ แนะนำให้ประสานผ่านสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลและให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ ขณะที่การดำเนินคดีเป็นอำนาจของตำรวจญี่ปุ่นโดยตรง และขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเชื่อมโยงมายังประเทศไทยให้ดำเนินการสืบสวนเครือข่ายเพิ่มเติม
โฆษก ป.ป.ส. ระบุว่าได้รับการประสานข้อมูลจากตำรวจญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานมีความร่วมมือกันอยู่แล้ว โดยญี่ปุ่นได้แจ้งข้อมูลการเดินทางของน้องเทียน ซึ่งออกจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองเมื่อวันที่ 11 ก.ค. และถูกจับกุมเมื่อเดินทางถึงสนามบินฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 12 ก.ค. ทำให้ ป.ป.ส. รับทราบความคืบหน้าของคดีตั้งแต่เริ่มต้น
ส่วนกรณีผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “ing ing” ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงกับคดีอื่น โฆษก ป.ป.ส. ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเป็นบุคคลหรือขบวนการเดียวกัน เพราะลักษณะการตั้งชื่ออาจเป็นเพียงการใช้ชื่อซ้ำหรือชื่อที่คุ้นเคยกัน จึงต้องรอผลการสืบสวนและการขยายผลเพิ่มเติม โดยขณะนี้สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1 อยู่ระหว่างตรวจสอบ
โฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยอีกว่าการซุกซ่อนยาเสพติดในซองกาแฟ ซองครีมเทียม หรือบรรจุภัณฑ์อาหารเสริม ถือเป็นรูปแบบที่พบได้เป็นประจำในคดียาเสพติด โดยมักสังเกตได้จากร่องรอยการตัดและซีลปิดซองใหม่ ซึ่ง ป.ป.ส. ได้ประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนมาโดยตลอด พร้อมฝากเตือนผู้ที่รับจ้างหิ้วสินค้าหรือรับฝากของไปต่างประเทศว่า การนำสินค้าออกนอกประเทศโดยไม่สำแดงต่อศุลกากรถือว่ามีความผิดตั้งแต่ต้นและเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เพราะไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใครหรือสิ่งของภายในบรรจุอะไร หากพบว่าน้ำหนักหรือสภาพสิ่งของผิดปกติควรปฏิเสธการรับขนส่งทันที เช่น กรณีที่เคยพบการซุกซ่อนยาเสพติดในกระปุกมะขามเปียก ซึ่งสามารถสังเกตได้จากน้ำหนักที่ผิดปกติ พร้อมย้ำว่าผู้ที่เลือกประกอบอาชีพรับหิ้วสินค้าจะต้องศึกษาข้อมูล ตรวจสอบสินค้า และเพิ่มความระมัดระวังให้มากที่สุด เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและต้องเผชิญโทษตามกฎหมายอย่างร้ายแรง