วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายกรกต เกตุแก้ว อดีตทหารพราน ออกมาให้สัมภาษณ์อ้างว่า สมเด็จ ฮุน เซน ได้ส่งสัญญาณไฟเขียวให้กองกำลัง BHQ เคลื่อนเข้าประชิดชายแดนไทย บริเวณปราสาทโอร์เสม็ด, เนิน 745 และซำแต โดยคาดการณ์ว่า อาจเกิดการปะทะกันขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้า หลังจากกระแสข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป ส่งผลให้ชาวบ้านตามแนวชายแดนตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
วาสนา นาน่วม มองว่าข่าวลือลักษณะนี้มีมาเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสว่า ฝ่ายกัมพูชาจะบุกโจมตีไทยช่วงหน้าฝน เพราะมองว่าไทยรบไม่ถนัด ทัศนวิสัยการบินไม่ดี และยุทโธปกรณ์เคลื่อนที่ลำบาก แต่ปัจจุบันหน้าฝนกำลังจะหมดลงแล้วก็ยังไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น
ทางด้านของกองทัพ ประเมินว่าการปะทะกันไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยส่วนหนึ่งพิจารณาจากท่าทีของประเทศจีนเป็นหลัก ตั้งแต่การที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปเยือนจีน และได้เปิดใจคุยกับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และ หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเรื่องความมั่นคง และการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงของไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและไม่ประมาท
ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ นาย ตง จวิน รัฐมนตรีกลาโหมของจีน ครั้งที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ได้พูดคุยกับ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ มีภาพไปนั่งกินโจ๊ก กระชับความสัมพันธ์และหารือในประเด็นตึงเครียดทางการทหาร ทางกองทัพมองว่า นี่คือสัญญาณสำคัญว่าจีนเขาให้ความสำคัญกับไทยแม้ในทางทางการ จีนเขาจะพูดกลางๆ ว่า ทั้งไทยและกัมพูชาต่างก็เป็นมิตรที่ดีของจีนทั้งคู่ก็ตาม
วาสนา เผยว่า จากการพูดคุยกันกัมพูชาได้ชี้แจงหลายเรื่อง ทั้งกรณีที่ หวัง อี้ ไปกัมพูชา แต่ไม่ได้แวะมาไทย ก็ยืนยันว่า มีธุระด่วนต้องรีบกลับจริงๆ เรื่องที่จีนส่งรถถัง เรือรบไปให้กัมพูชา ทาง รมว.กลาโหมจีน ยืนยันว่า เป็นข้อตกลงในสัญญาเก่า ที่ผ่านมาทางจีนก็พยายามดึงเวลา ชะลอการส่งมอบในช่วงที่ไทยกับกัมพูชามีปัญหากัน และถึงแม้จะส่งรถถังไปให้กัมพูชา แต่จะไม่ส่งกระสุนเพิ่มเติมให้อีก พร้อมกำชับทางฝั่งกัมพูชาห้ามนำยุทโธปกรณ์พวกนี้มาใช้สู้รบกับไทยเด็ดขาด ซึ่งคำพูดเหล่านี้ในระดับนโยบาย และฝ่ายความมั่นคงของเราให้น้ำหนักและเชื่อมั่นทางจีนอย่างมาก
ส่วนประเด็นที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) อ้างสำรวจพื้นที่เกือบ 3,900 ตารางกิโลเมตร พบยุทธภัณฑ์ยังไม่ระเบิด รวมถึงกระสุนคลัสเตอร์ 120,000–130,000 นัด จากไทยตกค้างอยู่ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนกัมพูชา นั้น วาสนา ระบุว่า กองทัพยืนยันแล้วว่า ในการสู้รบรอบที่ 1 และ 2 เราไม่ได้ใช้ระเบิดชนิดดังกล่าว รวมถึงไม่มีการเปิดเผยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจพิสูจน์ทางเทคนิค หรือการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระมารองรับข้อกล่าวอ้างนี้