หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตา “วาร์วาร่า ดาวีโดวา” ล่ามอาสาสาวชาวรัสเซีย วัย 22 ปี จากข่าวคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นล่าสุดใน จ.ชลบุรี หลังเข้ามาช่วยทำหน้าที่ด้านภาษาให้กับผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม แต่รู้หรือไม่ว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วาร์วาร่าทำหน้าที่ล่ามเพื่อช่วยเหลือผู้ที่กำลังประสบปัญหาด้านกฎหมาย
วาร์วาร่า เปิดเผยเรื่องราวชีวิตผ่านรายการ “คุยกับอุ๋ย” โดยเล่าว่า เธอเดินทางจากประเทศรัสเซียมาอยู่ประเทศไทยตั้งแต่อายุ 8 ปี รวมเป็นเวลานานถึง 14 ปี
จุดเริ่มต้นมาจากความฝันของคุณแม่ที่ต้องการมาใช้ชีวิตในประเทศไทย จึงตัดสินใจขายธุรกิจที่รัสเซีย และพาลูก ๆ รวมถึงพี่ชาย เดินทางมาเรียนและใช้ชีวิตในประเทศไทย
ช่วงแรกที่มาอยู่ไทย วาร์วาร่ายอมรับว่าการใช้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และสื่อสารได้เพียงภาษารัสเซีย แต่เมื่อใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น เธอจึงเรียนรู้ภาษาไทย พร้อมซึมซับวัฒนธรรม วิธีคิด และรูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทย จนปัจจุบันวาร์วาร่าบอกว่า แม้จะยังถือสัญชาติรัสเซีย แต่ในแง่ความรู้สึกและหัวใจ เธอมองว่าตัวเองเป็นคนไทยไปแล้ว
เส้นทางการเป็นล่ามของวาร์วาร่าเริ่มต้นตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี โดยเข้าไปช่วยงานด้านการสื่อสารให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและในกระบวนการศาล เนื่องจากในเวลานั้นยังขาดแคลนคนที่สามารถสื่อสารภาษารัสเซียได้ ทำให้เธอทำหน้าที่เป็นล่ามมาแล้วประมาณ 7 ปี ทั้งในคดีอาญา คดีความ การขึ้นศาล รวมถึงเคยทำหน้าที่ล่ามในโรงพยาบาลและงานด้านธุรกิจ
วาร์วาร่าบอกว่า การ “รู้ภาษา” กับการ “แปลภาษา” เป็นคนละเรื่องกัน เพราะการรู้ภาษาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถถ่ายทอดความหมายให้อีกฝ่ายเข้าใจได้อย่างถูกต้อง และแม้จะเป็นชาวรัสเซีย แต่ภาษาที่เธอถนัดที่สุดในปัจจุบันกลับเป็นภาษาไทย
ตลอดระยะเวลาที่ทำงานเป็นล่าม ประมาณ 90% ของคดีที่เธอเข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับชาวรัสเซีย โดยเฉพาะกรณีที่ชาวรัสเซียมีปัญหากันเอง เช่น การหลอกลงทุน การทำธุรกิจ และคดีฉ้อโกง รวมถึงเคยทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีต่าง ๆ โดยเฉพาะคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่เกี่ยวข้องกับชาวรัสเซียใน จ.ชลบุรี
นอกจากทำหน้าที่ล่ามแล้ว วาร์วาร่ายังตัดสินใจเรียนต่อด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี และเพิ่งสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยม เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568
วาร์วาร่าเล่าว่า เป้าหมายสำคัญของเธอคือการทำความเข้าใจกฎหมายและกระบวนการต่าง ๆ ด้วยตัวเอง รวมถึงหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถขอสัญชาติไทยได้ เพราะปัจจุบันยังคงถือสัญชาติรัสเซีย
เธอยอมรับว่า หนึ่งในความฝันคือการเป็นทนายความ แต่ยังติดข้อจำกัดเรื่องสัญชาติ อย่างไรก็ตาม ความรู้ด้านกฎหมายที่เรียนมาก็ยังสามารถนำไปใช้ช่วยเหลือคนอื่นที่ไม่เข้าใจกฎหมายได้ และหากในอนาคตได้รับสัญชาติไทยและมีโอกาสเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพทนายความ ก็เชื่อว่าความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาจะเป็นประโยชน์ต่อการสอบและการทำงานในสายอาชีพนี้
ขณะที่บางอาชีพในกระบวนการยุติธรรม เช่น ผู้พิพากษา อัยการ หรือตำรวจ ยังมีเงื่อนไขด้านสัญชาติไทยโดยกำเนิด ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่เธอยังไม่สามารถก้าวข้ามได้
สำหรับการทำงานล่าม วาร์วาร่าบอกว่า เธอชื่นชอบอาชีพนี้ เพราะได้พูดคุยกับผู้คนและเรียนรู้จากสถานการณ์จริง แม้บางคดีจะมีความเครียด แต่พยายามไม่ปล่อยให้เรื่องราวเหล่านั้นส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ
สิ่งที่ทำให้ชื่อของวาร์วาร่าเป็นที่รู้จักมากขึ้น คือการตัดสินใจรับงานล่ามอาสาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาด้านกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีเงินเพียงพอสำหรับจ้างล่าม เนื่องจากบางกรณีภาครัฐไม่มีงบประมาณสำหรับจัดหาล่าม ขณะที่ค่าตอบแทนจากงานบางครั้งอยู่ที่ประมาณ 800–1,000 บาทเท่านั้น
แต่สำหรับวาร์วาร่า เงินไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้เธอตัดสินใจช่วยเหลือ เพราะมองว่าการได้เข้าไปช่วยคนที่กำลังลำบาก ทำให้เธอได้เรียนรู้ประสบการณ์จริง เห็นกระบวนการทำงานของกฎหมาย รวมถึงการตีความกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าเงินที่ได้รับ
จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในการเป็นล่ามอาสา วันนี้ชื่อของวาร์วาร่าถูกบอกต่อ และมีผู้ติดต่อเข้ามาขอให้เธอช่วยเหลือในคดีต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งเธอมองว่านี่คือความสำเร็จอย่างหนึ่งของชีวิต
“เดี๋ยวเงินมันก็มา แต่ประสบการณ์เราซื้อไม่ได้จริง ๆ” วาร์วาร่ากล่าว
จากเด็กหญิงชาวรัสเซียที่เดินทางมาอยู่ประเทศไทยตั้งแต่อายุ 8 ปี วันนี้วาร์วาร่าอาจยังไม่มีบัตรประชาชนไทย แต่จากบทบาทการเป็นล่ามที่ช่วยเชื่อมภาษาและช่วยเหลือผู้คนในกระบวนการยุติธรรม เธอบอกว่า สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ “หัวใจของเธอเป็นคนไทย 100%” และสิ่งที่เหลืออยู่คือการรอวันที่จะได้สัญชาติไทยอย่างที่ตั้งใจไว้