อช.ไทรโยค อัปเดตอาการลูกช้างพลัดหลง พบบาดแผลบริเวณช่องปากและใต้งวงดีขึ้น

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อุทยานแห่งชาติไทรโยค อัปเดตอาการลูกช้างเพศเมียพลัดหลง พบบาดแผลบริเวณช่องปากและใต้งวงดีขึ้น-เริ่มสนใจสิ่งแวดล้อม

อุทยานแห่งชาติไทรโยค สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) รายงานความคืบหน้าการอนุบาลและรักษาลูกช้างป่าพลัดหลง เพศเมีย อายุประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 โดยทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสุขภาพทางกายภาพ และให้การรักษาอย่างละเอียดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับข้อมูลเบื้องต้นที่ได้มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ลูกช้างป่ามีน้ำหนักตัว 62.8 กิโลกรัม ความสูงจากปลายขาหน้าถึงหัวไหล่ 64 เซนติเมตร ความยาวลำตัวจากหัวไหล่ถึงโคนหาง 64 เซนติเมตร ขนาดรอบอก 100 เซนติเมตร  

อช.ไทรโยค อัปเดตอาการลูกช้างพลัดหลง FB/กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
อช.ไทรโยค อัปเดตอาการลูกช้างพลัดหลง

รอบขาหน้า 38 เซนติเมตร รอบขาหลัง 34 เซนติเมตร ความยาวงวง 30 เซนติเมตร ความยาวหาง 40 เซนติเมตร และใบหูกว้าง 15 เซนติเมตร นอกจากนี้ ทีมสัตวแพทย์ได้ตรวจสอบจำนวนเล็บ พบว่าเท้าหน้าซ้ายและขวามีข้างละ 5 เล็บ ส่วนเท้าหลังซ้ายและขวามีข้างละ 4 เล็บ โดยทีมสัตวแพทย์ระบุว่าลูกช้างมีขนาดตัวเล็กกว่าเกณฑ์ช้างแรกเกิดทั่วไป ซึ่งโดยปกติจะมีน้ำหนักเฉลี่ยตั้งแต่ 70-80 กิโลกรัมขึ้นไป

ด้านอาการและสุขภาพของลูกช้างป่าในวันที่ 2 สิงหาคม พบว่าบาดแผลบริเวณช่องปากและใต้งวงมีอาการดีขึ้น อักเสบน้อยลงตามลำดับ โดยทีมสัตวแพทย์ได้ทำแผลบริเวณสะดือ ช่องปาก และงวง เป็นประจำวันละ 2 ครั้ง ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าลูกช้างมีอาการถ่ายเหลวแต่ไม่มีกลิ่นคาว และปัสสาวะมีสีเข้ม ซึ่งทีมสัตวแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมง ลูกช้างสามารถกินนมผงชงได้ในปริมาณรวม 7,600 มิลลิลิตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

ในด้านพฤติกรรม ลูกช้างป่าเริ่มแสดงความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น สามารถเดินเล่นและเดินตามทีมพี่เลี้ยงกับทีมสัตวแพทย์ได้เป็นอย่างดี มีรูปแบบการพักนอนเป็นรอบ รอบละ 2-3 ชั่วโมง ก่อนจะลุกขึ้นมากินนมตามช่วงเวลาปกติ ควบคู่กับการดูแลของทีมพี่เลี้ยงที่ทำการเช็ดตัวลูกช้างป่าด้วยน้ำขมิ้นผสมข่าเป็นประจำทุกวัน ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น เพื่อช่วยลดการอักเสบและป้องกันการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง

นายพีร พวงมาลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เปิดเผยว่า ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะให้ยารักษาตามอาการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามผลการตรวจเพื่อนำข้อมูลมาใช้วางแผนการให้ยาและปรับสูตรโภชนาการทางการแพทย์ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของลูกช้างป่าต่อไป ทั้งนี้ นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กองอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้ลงพื้นที่ร่วมดูแลและติดตามอาการของลูกช้างป่าอย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง

สำหรับขั้นตอนต่อไป ทีมสัตวแพทย์จะเฝ้าติดตามอาการถ่ายเหลวและลักษณะของปัสสาวะอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการทำแผลและดูแลสุขอนามัยตามตารางเดิม พร้อมทั้งจะรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนและสื่อมวลชนทราบเป็นระยะ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมติดตามและเป็นกำลังใจให้ลูกช้างป่าตัวนี้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ และสามารถใช้ชีวิตในผืนป่าได้ตามปกติในโอกาสต่อไป

อช.ไทรโยค อัปเดตอาการลูกช้างพลัดหลง FB/กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
อช.ไทรโยค อัปเดตอาการลูกช้างพลัดหลง

อช.ไทรโยค อัปเดตอาการลูกช้างพลัดหลง FB/กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
อช.ไทรโยค อัปเดตอาการลูกช้างพลัดหลง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ