นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ "ฟิล์ม" นักแสดง พร้อมทนายความเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 โถงดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ ตามหมายเรียกเพื่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต
ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน
และเปิดโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา กรณีพบข้อมูลความเกี่ยวข้องทางธุรกรรมกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด ซึ่งถูกระบุว่าเป็นกลุ่มโบรกเกอร์ในเครือข่าย และยังพบรายการรับโอนเงินจากนายภูริทัต (สงวนนามสกุล) จำนวน 6,000,100 บาท เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2557 โดยมียอดรวมมูลค่าธุรกรรมสะสม 142,919,860.13 บาท
นอกจากนี้ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ยังมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงในกลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน เนื่องด้วยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักมีการจดทะเบียนในต่างประเทศในลักษณะ Offshore (กลุ่มประเทศนอกชายฝั่ง)
โดยนอกเหนือจากในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ก็ยังมีการจดทะเบียนในหมู่เกาะมาเฮ สาธารณรัฐเซเชลส์ สหราชอาณาจักร เกาะเคย์แมน โดโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศไทย ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ลงทุนอาจประสบปัญหาในการใช้สิทธิตามกฎหมายและการติดตามทรัพย์สินคืนได้
ทำให้นักแสดงชายถูกจัดอยู่ในกลุ่มของโบรกเกอร์รับเทรด เป็นเหตุให้คณะพนักงานสอบสวนได้มีการตั้งประเด็นไว้เตรียมสอบถามว่าเส้นทางการเงินดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด และมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง 2 แห่ง อย่างไรบ้าง
โดยนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความ เปิดเผยก่อนพานายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่า วันนี้ตนพาลูกความมาพบพนักงานสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งก็จะต้องชี้แจงเท่าที่พนักงานสอบสวนสอบถาม โดยเฉพาะทุกประเด็นที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมมาทั้งหมดแล้วบอกว่าเกี่ยวข้องกับเรา เราก็จะตอบหมด ส่วนถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเอกสารบางอย่างนั้น เราก็จะมานำส่งให้ภายหลัง
นอกจากนี้ กรณีที่เป็นข้อพิพาทด้านข่าวต่าง ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับนายรัฐภูมิ เช่น บริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ต่าง ๆ ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร มันก็ไม่เกี่ยวกับกระบวนการที่เป็นข่าวอยู่ในตอนนี้เลย ซึ่งพนักงานสอบสวนเขาก็คงมีหลักฐานเรื่องเส้นทางการเงินที่มาจากบริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ ที่โอนเข้าผู้ถูกกล่าวหารายอื่น ๆ และเงินก็ถูกโอนออก
ดังนั้น การที่บอกว่ามีการกระทำการฉ้อโกงนั้น ก็ต้องดูว่าจำนวนเงินนั้น ๆ มันถึงไปผู้ใด ซึ่งเชื่อว่าพนักงานสอบสวนสามารถติดตามได้อยู่แล้ว และมันก็ไม่เกี่ยวกับนายรัฐภูมิจริง ๆ
นายประมาณ เผยด้วยว่า เรื่องที่มีกระแสข่าวว่านายรัฐภูมิ รับโอนเงินจากนายภูริทัต จำนวน 142 ล้านบาทนั้น คนพูดอาจไม่ได้กุ แต่ไม่รู้ใครกุข่าวขึ้นมา แล้วเอาตัวเลขจากไหนมาผูกมาพันกันหมดแบบนี้กลายเป็น 142 ล้านบาท เพราะตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ ซึ่งจะรู้ก็ต่อเมื่อฟังในสิ่งที่พนักงานสอบสวนกล่าวหามาก่อนว่ามีตัวเลขอะไรบ้าง
นายประมาณ เผยอีกว่า การแจ้งข้อหาก็ตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งไว้เลย แจ้งแบบรวม ๆ สารพัดข้อกล่าวหาตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ เช่น ฉ้อโกง, พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ เป็นต้น
ทั้งนี้ ตนมองด้วยว่าพื้นฐานการจะออกหมายจับใครนั้น ก็ต้องมีมูล ว่าผู้ต้องหาจงใจหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ ซึ่งตามหลักการทั่วไป ต้องออกหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ครั้ง หาก 2 ครั้งยังไม่มา ก็คือการจงใจขัดหมายเรียก มีพฤติการณ์จะหลบหนี แบบนี้ถึงจะขอศาลออกหมายจับได้
อย่างไรก็ตาม วันนี้เราขอดูข้อกล่าวหาและหลักฐานก่อน ว่าเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็ตามแค่กับข่าวที่ออกมา ยืนยันว่าชี้แจงได้หมด เพราะเราก็ตรวจสอบแล้วว่าในช่วงเวลานั้น ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราเลย
ด้านนายรัฐภูมิ กล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่บอกว่าตนเกี่ยวข้องกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น จริง ๆ ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย แต่คงอาจมีเส้นทางการเงินที่อาจจะมาเกี่ยวโยงกับตัวบริษัทที่ตนเป็นกรรมการอยู่ แต่ย้ำว่าตนไม่ใช่โบรกเกอร์ ไม่เคยชักชวนใครลงทุน และไม่เคยเกี่ยวข้องกับทุกชื่อที่เป็นข่าว ซึ่งก็ทำให้อาจมีการเข้าใจผิดได้ เพราะจริง ๆ แล้วตนเป็นเพียงผู้ทำระบบการบริการเท่านั้น
หากย้อนดูตามข่าวจะเห็นว่ามันมีกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ที่มาติดต่อในส่วนของบริษัทตน เพื่อทำการเชื่อมต่อ ติดต่อ หรือเรื่อง Know-how ความรู้ต่าง ๆ อย่างไรก็ดีตนยังไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนมองในประเด็นใด หรือเจาะจงไปที่บริษัทแห่งไหนของตน เพราะตนเป็นกรรมการในหลายบริษัทที่รับทำระบบเรื่องนี้
ทั้งนี้ วันนี้ตนมีเอกสารสำหรับประกอบการชี้แจงครบถ้วน อาทิ เอกสารรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) ตั้งแต่ปี 2566-2569 เป็นต้น เพื่อที่พนักงานสอบสวนจะได้ดูเลยว่าเรามียอดเงินรับโอน-จ่ายออกกับ 2 บริษัทที่เกี่ยวข้องจริงหรือไม่ เพราะตนชี้แจงได้หมดว่าเงินเหล่านั้นโอนไปที่ไหน เพราะอะไร อย่างไร
ส่วนเหตุใดบริษัทโบรกเกอร์ถึงเลือกติดต่อทำกับบริษัทตนเองนั้น ก็เพราะว่าทุกคนรู้ดีว่าบริษัทของตนทำเกี่ยวกับเรื่องซอฟท์แวร์อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติที่เขาอยากติดต่อมาทำเรื่องการเชื่อมต่อ หรือ MetaCode เป็นต้น และตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเก่าอย่าง Forex-3D ซึ่งก็คงมีการเข้าใจผิดในเรื่องของการสื่อสารข่าว
นายรัฐภูมิ เผยอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวอ้างว่าตนเองมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยง รับโอนจากนายภูริทัต (พี่ชาย) จำนวน 142 ล้านบาท นั้น ตนยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมแน่นอน เพราะตนอ่านก็ยังงงว่าทำไมตัวเองได้รับเงินขนาดนั้น ส่วนที่มองว่าเป็นข่าวกุหรือข่าวลอย ก็เพราะว่าตัวเลขมันไม่จริง
นายรัฐภูมิ เผยต่อว่า สำหรับความเกี่ยวข้องกับ 2 บริษัทนั้น ตนยืนยันว่าทั้ง 2 บริษัท ไม่ใช่บริษัทของตนเอง ส่วนเหตุผลว่าทำไมดีเอสไอเปิดเผยผังการสืบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเอง ก็จะขอขึ้นไปฟังข้อมูลจากพนักงานสอบสวนก่อน
และตนก็ไม่เกี่ยงข้องกับบริษัท QRS Global หรือ น.ส.มัลลิกา (ผู้บริหารบริษัท QRS) เช่นเดียวกัน ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกับโค้ชเจมส์ด้วย จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงมีชื่อของตนเองในสำนวนของดีเอสไอ
อย่างไรก็ตาม ในการขอความเป็นธรรม ตนมองว่าทุกหน่วยงานก็ให้ความยุติธรรมกับประชาชนอยู่แล้ว ตนก็มั่นใจว่าหน่วยงานจะให้ความเป็นธรรมตนเองด้วย และตนก็ผ่านมาแทบทุกกระบวนการซึ่งก็ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากรับฟังก่อนว่ามีอะไรบ้าง
นายรัฐภูมิ เผยด้วยว่า ส่วนชื่อบริษัทต่าง ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าว ตนไม่เคยรู้จักมาก่อน และวันนี้ตอนนี้ตนยังไม่กังวลอะไร แค่อยากขอขึ้นไปฟังพนักงานสอบสวนก่อน ส่วนเรื่องการยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น เพราะก่อนหน้านี้ ได้มีผู้ถูกกล่าวหาที่มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับและถูกฝากขังศาล ตนมองว่าไม่น่าถึงขนาดนั้น เพราะหน่วยงานน่าจะให้ความเป็นธรรม
ขณะที่ ในส่วนของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 แก่นายภาวุธ หลังจากเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายภาวุธได้มอบอำนาจให้ทีมงาน คือ นายอภิเชษฐ ถาบุตร เข้ายื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 จากเดิมวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ไปเป็นวันที่ 3 สิงหาคม 2569 แทน โดยให้เหตุผลว่ายังไม่เห็นหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 ดังกล่าว และตนเองติดประชุมกรรมาธิการ จึงประสงค์ขอเลื่อน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็รับทราบให้เลื่อน โดยนัดหมายเตรียมเข้าพบในเวลา 14.00 น. วันนี้