นักวิชาการฯ ขออย่าหั่นงบ "TZD Plus" ปี 2570 ชี้ต้องช่วยเด็กหลุดระบบการศึกษาอีกกว่า 6 แสนคน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักวิชาการด้านการศึกษา เรียกร้องขอให้สภาอย่าหั่นงบ ‘Thailand Zero Dropout Plus’ ปี 2570 ต้องช่วยเด็กหลุดระบบการศึกษาอีกกว่า 6 แสนคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีมติเห็นชอบให้ปรับลดงบประมาณการขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout Plus) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จำนวนกว่า 50 ล้านบาท

Thailand Zero Dropout Plus ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
นักวิชาการด้านการศึกษา เรียกร้องขอให้สภาอย่าหั่นงบ ‘Thailand Zero Dropout Plus’ ปี 2570 ต้องช่วยเด็กหลุดระบบอีกกว่า 6 แสนคน

ศ. ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า การตัดงบประมาณในส่วนนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นงบประมาณที่เชื่อมโยงโดยตรงกับโครงการ Thailand Zero Dropout Plus ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ดำเนินการสานต่อมาแล้ว 2-3 รัฐบาล โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการลดจำนวนเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา เด็กนอกระบบ เด็กกลุ่มเปราะบาง และเด็กด้อยโอกาสที่ มีอยู่กว่าหนึ่งล้านคนให้กลายเป็นศูนย์

ซึ่งตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของ กสศ. และภาคีเครือข่ายต่างๆ สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถนำเด็กกลุ่มดังกล่าวกลับเข้าสู่ระบบได้แล้วกว่า 400,000 คน แต่ยังคงเหลือเด็กอีกประมาณ 600,000 กว่าคน ที่ยังคงต้องค้นหา ติดตาม และดูแลช่วยเหลือกันต่อไป

การทำงานเพื่อตามหาเด็กอีกกว่า 600,000 คนที่เหลือนั้น ถือเป็นภารกิจที่มีความยากลำบากเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปนานกว่า 1 ปีแล้ว การที่จะดึงพวกเขากลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่อาจต้องลงพื้นที่มากกว่า 3 ครั้งเพื่อทำความเข้าใจ ให้ข้อมูล คำแนะนำ และประคับประคองอย่างใกล้ชิด ในบางกรณีจำเป็นต้องเข้าไปช่วยวางแผนดูแลเป็นรายบุคคล ช่วยหางานทำ หรือสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับครอบครัว

“ที่ผ่านมา กสศ. ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวนไม่มากนัก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกให้ภาคีเครือข่ายลงพื้นที่ รวมถึงเป็นเงินทุนสนับสนุนช่วยเหลือเด็กที่ยากจนขัดสนและจำเป็นต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ภาคีเครือข่ายที่ลงพื้นที่ภาคสนามเพื่อตามหาเด็กในพื้นที่ต่างๆ เช่น ชุมชน แนวตะเข็บชายแดน พื้นที่เกษตรกรรมอย่างไร่อ้อย โรงงานอุตสาหกรรม หรือพื้นที่ที่เข้าถึงยาก

ภาคีเครือข่ายที่ออกตามหาเด็ก คือกลุ่มมดงานสำคัญกลุ่มใหญ่ ที่ทำงานโดยลงพื้นที่ไปสู่ภาคสนามด้วยตัวเอง ลงไปเจอปัญหาจริงแล้วก็ไปชักชวนเด็กให้กลับมาสู่การเรียนตามความต้องการและเหมาะสม  คือกลุ่มคนที่ไปช่วยกันเปลี่ยนความคิดของผู้ปกครอง ว่าอย่าเพิ่งหมดหวัง ยังมีโอกาสที่จะใช้การเรียนพลิกฟื้นชีวิตความเป็นอยู่  จนถึงขั้นวางแผนดูแลเด็กแต่ละคนเป็นรายบุคคล และอาจจะไม่ประสบความสำเร็จจากการลงพื้นที่เพียงครั้งเดียว หลายกรณีต้องลงพื้นที่ไปหาเด็กหลายครั้ง การทำงานของพวกเขา ถือเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่ง บุคคลเหล่านี้ประกอบด้วย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครูส่งเสริมการเรียนรู้ (ครู สกร.) และผู้นำชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่รู้จักเด็กและเข้าใจฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวในพื้นที่เป็นอย่างดี พวกเขามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนความคิดของผู้ปกครองไม่ให้หมดหวังและชวนเด็กให้กลับมาเรียนตามความต้องการที่เหมาะสม"
ศ. ดร.สมพงษ์ กล่าว

ศ. ดร.สมพงษ์ ระบุอีกว่า การตัดงบประมาณครั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ อาจไม่เข้าใจเนื้องานที่แท้จริง และไม่เห็นถึงอุปสรรคความยากลำบากในการค้นหาเด็กแต่ละคน แม้เม็ดเงินที่ถูกตัดไปอาจดูไม่มาก เมื่อเทียบกับการใช้งบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลในส่วนอื่นๆ แต่การตัดงบส่วนนี้จะส่งผลกระทบและบั่นทอนกำลังใจของคนทำงานในพื้นที่ที่ทำงานด้วยใจและจิตวิญญาณอย่างมาก อีกทั้งยังกลายเป็นกำแพงขวางกั้นความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ซึ่งอาจส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายต้องหยุดชะงักลง

"การทำงานของภาคีเครือข่ายต่างๆ กำลังช่วยให้นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus ดีขึ้นตามลำดับ และกำลังช่วยสร้างคุณูปการให้กับสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง แทนที่จะตัดงบประมาณ ควรมีการพิจารณาคืนงบประมาณก้อนนี้ หรืออาจจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับจำนวนเด็กที่ยังตกหล่นอยู่อีกเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ รายงานจากคณะกรรมการพัฒนาการเด็กแห่งชาติระบุว่า การลงทุนกับเด็กที่ยากจน กลุ่มเปราะบาง และเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา จะให้ผลตอบแทนคืนกลับสู่สังคมสูงถึง 17 เท่า ซึ่งนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสร้างคุณูปการอย่างยิ่งต่อสังคมไทย ช่วยให้เด็กได้รับโอกาสในการเพิ่มพูนทักษะ (Upskill/Reskill) มีวุฒิการศึกษา มีอาชีพที่มั่นคง และเติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังช่วยสร้างระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับนิเวศการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนอย่างเป็นรูปธรรม ในทางกลับกัน การตัดโอกาสเด็กกลุ่มนี้จะส่งผลให้โอกาสของเด็กคนอื่น ๆ ดับลงไปด้วย"  ศ. ดร.สมพงษ์ ระบุ

ในช่วงท้าย ศ. ดร.สมพงษ์ ได้กล่าวชี้แจงเพื่อแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อนก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า จากที่ตนเคยให้ข่าวไปว่ารัฐบาลมีการตัดงบประมาณของ กสศ. ไปนับพันล้านบาทนั้น ข้อเท็จจริงคือ งบประมาณถูกปรับลดลงจริงประมาณ 62 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่ที่ถูกตัดไปก็คือส่วน 50 ล้านบาท ในมาตรการ Thailand Zero Dropout Plus ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น

 

Thailand Zero Dropout Plus ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
นักวิชาการด้านการศึกษา เรียกร้องขอให้สภาอย่าหั่นงบ ‘Thailand Zero Dropout Plus’ ปี 2570 ต้องช่วยเด็กหลุดระบบอีกกว่า 6 แสนคน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ