ตร. เร่งหาสาเหตุเหตุยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี พบเด็กสนใจอาวุธ-สื่อความรุนแรง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจเร่งสอบปากคำ คลี่ปมเหตุรุนแรงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พบหลายปัจจัยทั้งครอบครัว การเรียน เพื่อน และสื่อความรุนแรงออนไลน์ พร้อมยกระดับความปลอดภัย

ตำรวจภูธรภาค 1 นำโดย พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเหตุความรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พบข้อมูลสำคัญจากการสอบพยานว่า เหตุที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นหลายเรื่องประกอบกัน ทั้งปัญหาครอบครัว การเรียน ความสัมพันธ์กับเพื่อน รวมถึงการรับชมสื่อโซเชียลที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง ขณะนี้ตำรวจสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก

ตร. เร่งหาสาเหตุเหตุยิง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี ช่างภาพพีพีทีวี
ตร. เร่งหาสาเหตุเหตุยิง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี

และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญในที่เกิดเหตุ ทั้งอาวุธปืน ปลอกกระสุน ซองบรรจุกระสุน โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ ส่งตรวจพิสูจน์หลักฐานทั้งหมดแล้ว

ขณะเดียวกัน ตำรวจได้ตรวจสอบที่บ้านของเด็ก เก็บโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าและคอมพิวเตอร์มาตรวจสอบเพิ่มเติม เบื้องต้นพบข้อมูลว่า เด็กมีการศึกษาสื่อเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงผ่านโซเชียลมีเดีย และมีความสนใจเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนมาระยะหนึ่ง

ส่วนประเด็นปืนบีบีกัน ตำรวจสอบถามเด็กที่อยู่ใกล้ชิด พบว่า ปืนบีบีกันผู้ก่อเหตุเป็นคนสั่งซื้อเองทางอินเตอร์เน็ต เมื่อปีที่ผ่านมาเด็กเคยนำปืนบีบีกันเข้ามาในโรงเรียนและถูกครูยึด

สำหรับการสะสมมีดนั้น ตำรวจระบุว่า จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่า เป็นการพกมีดมาในกระเป๋าที่โรงเรียน ส่วนกระแสข่าวเรื่องการเขียนหนังสือหรือวาดภาพเกี่ยวกับอาวุธปืน ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน และพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบเพิ่มเติม

พล.ต.ต.อรรถพล ระบุว่า การสอบสวนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงพิสูจน์ว่านักเรียนที่ก่อเหตุผิดหรือไม่ผิด แต่ต้องการค้นหาว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่นำไปสู่การก่อเหตุ โดยจากข้อมูลที่ได้ในขณะนี้ พบหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งปัญหาครอบครัว โดยพ่อแม่แยกทางกัน เด็กอยู่กับปู่และย่ามาตั้งแต่อายุประมาณ 2 ขวบ รวมถึงปัญหาเรื่องการเรียน ความสัมพันธ์กับเพื่อน และประเด็นที่มีการพูดถึงเรื่องบูลลี่หรือปัญหากับครู ซึ่งตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่สามารถชี้ว่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นสาเหตุหลัก แต่มุ่งไปที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง นักเรียนและครู กลับเข้าโรงเรียนเรียนได้ตามปกติ

ตำรวจยังฝากถึงผู้ปกครอง ครู และคนใกล้ชิด ให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมของเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กพูดถึงปัญหา และให้ความสนใจกับสิ่งที่เด็กกำลังรับชมบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง เพราะเด็กในปัจจุบันเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้ง่าย

นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังพฤติกรรมการลอกเลียนแบบ โดยหากพบสิ่งผิดปกติหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการพกพาอาวุธ ขอให้รีบแจ้งตำรวจ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงตั้งแต่ต้นทาง

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กำชับให้เพิ่มการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และเข้มงวดเรื่องการพกพาอาวุธ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงอาวุธปืน พร้อมจัดสายตรวจแต่งเครื่องแบบเข้าตรวจเยี่ยมโรงเรียน รวมถึงพื้นที่บ้านของเด็กที่ได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับครู นักเรียน และผู้ปกครอง หลังโรงเรียนเตรียมเปิดการเรียนการสอนอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

ขณะเดียวกัน ตำรวจขอความร่วมมือประชาชนงดเผยแพร่และแชร์คลิปเหตุการณ์ รวมถึงข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะขณะนี้มีข้อมูลหลายเรื่องที่ไม่เป็นความจริง เช่น แชตที่อ้างว่าเป็นการพูดคุยระหว่างแม่กับลูก หรือข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธ ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดและกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง

ส่วนกุญแจบ้านที่พบในกระเป๋าของเด็ก และมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อเหตุหรือไม่ ตำรวจยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด โดยขอให้สังคมมุ่งไปที่การสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับครูและนักเรียนเป็นสำคัญ สำหรับผลการชันสูตรศพ เบื้องต้นไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรับประทานยาหรือการใช้ยา

ด้านพ่อของนักเรียนผู้ก่อเหตุ เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน เบื้องต้นยังไม่ทราบว่า ตำรวจเรียกสอบเพิ่มเติมในประเด็นใดบ้าง โดยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ขอโทษผู้เสียหาย” พร้อมยกมือไหว้ทั้งน้ำตาคลอ มือและเสียงสั่น ก่อนบอกว่า วันนี้ตำรวจเรียกให้เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม จากนั้นจึงเดินทางกลับทันที

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ