วันที่ 16 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น ในช่วงเช้าญาติโยมได้เดินทางมาที่วัด พร้อมกับทำบุญถวายสังฆทาน ให้กับพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม โดยเจ้าอาวาสสภาพร่างกายดีขึ้น หลังเมื่อคืนที่ผ่านต้องเรียกให้หน่วยกู้ชีพมารับตัว หลังจากเกิดอาการออกซิเจนในเลือดต่ำ ก่อนที่จะกลับมาจำวัดได้เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา ขณะที่บรรยากาศที่วัดทั่วไป ยังคงมีญาติโยมเดินทางมาให้กำลังใจกับทางเจ้าอาวาส
โดยพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดอดุลยาราม กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ามีมิจฉาชีพ ได้มีการประกาศเปิดรับบริจาคเงิน เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการโอนค่าที่ดินเปลี่ยนชื่อเจ้าของโฉนดที่ดินประมาณ 8,700 บาท เนื่องจากทางวัดไม่เคยเปิดรับเงินบริจาคค่าโอนที่ดินแต่อย่างใด หากผู้มีจิตศรัทธาที่จะบริจาคเงินเข้าวัด ทางวัดก็มีบัญชีชื่อวัด หรือจะมาสแกน QR Code ที่วัดก็ได้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียชื่อเสียงให้กับทางวัด เพราะวัดนี้ไม่มีผ่านคนกลาง ไม่มีตู้รับบริจาค ไม่มีการเรี่ยไร หากผู้มีจิตศรัทธาจะบริจาค ก็มาบริจาคได้ที่วัดได้
ส่วนการเข้าโรงพยาบาลกลางดึกนั้น เกิดจากการที่เมื่อวานได้ไปฟอกไตมา จนกระทั่งช่วงกลางคืนน้ำตาลในเลือดตก และความดันต่ำจนเกิดอาการเวียนหัว ก่อนที่จะโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ชีพเอง โดยแพทย์ตรวจพบว่าค่าออกซิเจนในเลือดวัดได้ 80 เปอร์เซ็นต์ จากค่ามาตรฐานที่จะต้องไม่ต่ำกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ โดยแพทย์ให้นอนรับออกซิเจน จนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อกลางดึก ขอให้ลูกศิษย์ญาติโยมไม่ต้องเป็นห่วง อีกทั้งการที่ญาติโยมจำนวนมากได้ติดตามข่าวหลวงพ่อ ก็อย่าไปคิดและเครียดตามข่าวมากนัก เพราะจะทำให้เกิดความไม่สบายใจหรือเกิดความเครียดขึ้นมาได้
ส่วนวัดนี้หลวงพ่อสร้างมาแล้วหลายคนมองว่ารก ก็อยากให้ญาติโยมบอกว่าวัดรก ก็ให้ไปกวาดเอง อย่าให้บอกให้หลวงพ่อไปกวาดวัดเพราะเหนื่อยจากโรคประจำตัว ส่วนกำแพงที่เป็นรูนั้น เกิดจากการที่ต้นไม้ล้มไปใส่กำแพงจนทำให้เป็นรู ต่างกับข้อมูลที่บอกว่ามีการเจาะรูกำแพงวัด เพื่อส่งสิ่งผิดกฎหมายเข้าในวัด เพราะรั้ววัดสูงไม่มากจะมีการเจาะรูกำแพงวัดเพื่ออะไร
อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อยืนยันว่า จะทำตามกฎหมายต่อไปให้ฝ่ายนั้นฟ้องเราอย่างเดียวพอ หลวงพ่อจะทำตามศาล ส่วนเรื่องที่ดินจะได้วันไหน อย่าไปซีเรียสรอมาได้ตั้ง 20-30 ปียังรอได้อีกไม่กี่ปีก็รอได้ อย่าไปเร่งรีบกับเจ้าหน้าที่พนักงานที่ดิน ขอให้ท่านทั้งหลายเข้าใจว่าอย่าไปกดดันหน่วยงานราชการ เพราะทุกคนทำตามหน้าที่อยู่แล้ว
ส่วนเรื่องที่มีชาวบ้านนำผลไม้มาถวายแต่หลวงพ่อไม่ฉันแต่ได้นำไปให้ไก่ในวัดกิน แล้วไก่ได้ตายไป 6 ตัว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาได้ 2-3 ปี ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่อยากที่จะพูดถึงอีกและก็ไม่อยากกล่าวร้ายถึงใคร แต่ตอนที่มีคนนำผลไม้มาถวายก็มีพยานที่อยู่ในกุฎิด้วย ซึ่งตอนนี้ก็จำไม่ได้แล้วว่าเป็นใคร