ผู้สื่อข่าวกำแพงเพชรรายงานว่า จากกรณีสะเทือนขวัญชายถูกโยนลงบ่อน้ำในสวนเบญจสิริ ทราบชื่อต่อมาคือนายวิชัย อายุ 39 ปี ซึ่งประวัติเป็นอดีตนักจัดรายการวิทยุชุมชน นักแสดงตลก ที่มีชื่อเสียงในพื้นที่อำเภอพรานกระต่าย อำเภอลานกระบือ และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้ควบคุมตัวนาย ต้อม ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ไปฝากขังยังศาลอาญากรุงเทพใต้
โดยท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว โดยนายต้อมผู้ก่อเหตุอ้างว่าเกิดจากการทะเลาะกันเพราะผู้เสียชีวิตเกิดอาการคลุ้มคลั่งจนเอาไม่อยู่ และมักชอบทำอนาจารนักท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว ทำให้ตนไม่พอใจไม่อยากให้มานอนภายในบริเวณสวนฯ อีก ส่วนการทำร้ายร่างกายนั้นผู้เสียชีวิตยังไม่สลบ แต่ยังคลั่งอยู่ จึงต้องโยนเขาลงน้ำ
ด้านปู่ของผู้เสียชีวิต เล่าให้ฟังว่า นายวิชัย หลานชายของตนเป็นคนชอบช่วยเหลือสังคม ซึ่งตอนที่อยู่ที่นี่ก็เป็นนักจัดรายการวิทยุที่มีจิตใจอาสา ใครต้องการประชาสัมพันธ์สิ่งใดก็นำไปออกรายการวิทยุ ระยะหลังมานี้ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะไปมีครอบครัวทำงานอยู่ที่อื่น ตนเองยังไม่เชื่อว่าหลานชายเป็นคนเร่ร่อน เห็นเพียงแค่ข่าวออกก็ยังตกใจและไม่เชื่อ โดยครั้งสุดท้ายที่กลับมาหาพ่อก็บอกว่าจะไปเป็น รปภ. ที่กรุงเทพฯ มารู้ข่าวอีกทีเห็นว่าไปทำอนาจารและถูกทำร้าย ตนยิ่งไม่เชื่อใหญ่ เพราะหลานชายไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนั้น เพียงแต่ช่วงหลังมานี้ก่อนจะหายไปก็ชอบกินเหล้า อาจเป็นเพราะปัญหาชีวิตเยอะก็เป็นได้
ที่ผ่านมาเป็นนักจัดรายการวิทยุที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ ตนเองไม่ได้เป็นคนเลี้ยงหลานชายมาตั้งแต่เกิด แต่มีหลวงพ่อวัดต่างตำบลให้การอุปถัมภ์ค้ำจุน บวชเรียนให้มาตั้งแต่เด็ก โดยวันนี้ผู้เป็นพ่อก็ได้เดินทางไปรับศพลูกชายที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้า ส่วนจะนำมาบำเพ็ญกุศลจุดใดก็ต้องดูก่อน เพราะฐานะยากจนต้องรอเงินจากประกันสังคมว่าได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็คงต้องเผาที่ กทม. ตามมีตามเกิด และนำกระดูกกลับมาบ้านเกิด ตั้งแต่เลิกกับเมียคนล่าสุด ได้ข่าวเพียงแค่ว่าไปเป็นหัวหน้า รปภ. ที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นก็หายไปเลย
ด้านนางมาลัย เพื่อนบ้านติดกัน ระบุว่าตอนอยู่ที่บ้านก็ไม่เคยมีพฤติกรรมอย่างที่เป็นข่าว ตอนอยู่บ้านก็ชอบตั้งโทรศัพท์ไลฟ์สดขายของหารายได้ ซึ่งก่อนจะไลฟ์สดในแต่ละครั้งก็ยังมาบอกกับตนว่าอาจจะส่งเสียงดังรบกวนหน่อยนะ โดยตอนเด็กก็เป็นคนที่มีนิสัยดี ชอบเล่านิทาน เป็นคนกล้าแสดงออก จากนั้นก็ได้ไปบวชที่วัดและสึกออกมาได้ 2-3 เดือน พอทราบข่าวว่าถูกทำร้ายเพราะไปทำอนาจารและเสียชีวิต ตนก็ยังตกใจ น่าสงสาร ไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ “พระครูสัททธาวชิรกร” เจ้าอาวาสวัดประดาเจ็ดลัง ผู้อุปการะเลี้ยงดูผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่เล็ก เนื่องจากแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุและพ่อก็ประสบอุบัติเหตุทางรถจนมีผลกระทบต่อสมอง โดยตนได้ให้มาบวชเรียนจนจบชั้น ม. 3 จากนั้นก็ขอไปเรียนฝึกอาชีพ แต่ก็ทนไม่ไหวขอกลับมาบวชอีกรอบ และสึกไปมีครอบครัว เป็นนักจัดรายการวิทยุมีชื่อเสียง แล้วก็เลิกรากับเมียเป็นแบบนี้ซ้ำ ๆ
โดยขอกลับมาบวชครั้งล่าสุดได้ระยะหนึ่งก่อนจะสึกออกไปทำงานที่กรุงเทพฯ ช่วงหลังมาก็โทรมาบอกว่าถูกนายจ้างโกงค่าแรงและขอเงินตน เนื่องจากไม่มีเงินกินข้าว อาตมาก็โอนเงินไปให้ครั้งละ 200 ถึง 500 บาท จนกระทั่งมาทราบข่าวว่าเป็นคนเร่ร่อนและถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ซึ่งตนก็ยังไม่เชื่อว่าทำไมเป็นแบบนั้นไปได้
รวมทั้งประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าทำอนาจารช่วยเหลือตัวเอง จากการที่ข่าวออกไป ตนก็ยังแทบไม่เชื่อว่าจะทำอย่างนั้น ยอมรับว่าเสียใจมาก ที่ผ่านมาได้สั่งสอนให้เป็นคนดี แต่ไม่คิดว่าจะกลับกลายมามีจุดจบแบบนี้