ดร.สนธิ ชี้ชัดน้ำป่าทะลัก-โคลนถล่มในเนปาล เกิดจากภาวะโลกร้อน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ดร.สนธิ" นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชี้ชัดน้ำป่าทะลัก-โคลนถล่มในเนปาล เกิดจากภาวะโลกร้อน

จากเหตุการณ์มหาภัยพิบัติน้ำป่า-ดินถล่มครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายเป็นจำนวนมาก ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์ดังกล่าวระบุว่า กองหิมะและหินถล่ม ร่วมกับน้ำท่วมฉับพลัน บริเวณชายแดนเนปาล- ทิเบต เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ว่าเกิดจากการพังทลายของธารน้ำแข็งระดับสูง ที่ตกลงมาปิดกั้นลำน้ำจนเกิดเป็นเขื่อนธรรมชาติชั่วคราว ก่อนจะทะลักลงมาเป็นมวลน้ำมหาศาลโดยมีสาเหตุหลักและกลไกการเกิด ดังนี้

 

เนปาล รายการเรื่องใหญ่ LiveTalk
ดร.สนธิ ชี้ชัดน้ำป่าทะลัก-โคลนถล่มในเนปาล เกิดจากภาวะโลกร้อน

1.จุดเริ่มต้นของธารน้ำแข็งแตกหักถล่มลงมา เกิดจากปัจจัยเร่งจากโลกร้อน ภูมิภาคหิมาลายา กำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อุณหภูมิในพื้นที่อุ่นขึ้นจนหิมะละลาย ส่งผลให้น้ำแข็งในชั้นดินเยือกแข็งคงตัว ซึ่งทำหน้าที่เสมือนกาวเชื่อมโครงสร้างของภูเขาเกิดการละลายด้วยเช่นกัน ส่งผลให้หิน หิมะ และน้ำแข็งในส่วนล่างของธารน้ำแข็ง สูญเสียการทรงตัว เป็นเหตุให้ธารน้ำแข็งบนภูเขาที่ความสูงประมาณ 5,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เกิดการแตกหัก และร่วงหล่นลงสู่พื้นหุบเขาด้านล่างที่มีความลึกต่างกันถึง 1,200 เมตร และนักวิทยาศาสตร์ ยังพบว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ทำให้ธารน้ำแข็งในภูมิภาคฮินดูกูช-หิมาลัยละลายเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า

2.การกีดขวางทางน้ำและการทะลักฉับพลัน แบ่งเป็น 2 ปัจจัย คือ 1.มวลเศษซากหิน ดิน และน้ำแข็งปริมาณมหาศาลไหลบ่าลงสู่แม่น้ำเลนเดโคลา (Lhende Khola) และเข้าไปอุดกั้นลำน้ำกลายเป็นเขื่อนธรรมชาติชั่วคราว 2.เมื่อปริมาณน้ำที่สะสมอยู่หลังเขื่อนที่มีมากเกินไป แนวกั้นชั่วคราวนี้จึงพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยมวลน้ำ โคลน และหินไหลบ่าลงสู่แม่น้ำโพเตโกซี (Bhote Koshi) ไปในทางตอนใต้ กลายเป็นกระแสน้ำหลากที่มีความเร็วสูงคล้าย "สึนามิโคลน" เข้าทำลายบ้านเรือน และโครงสร้างพื้นฐานด้านล่างทันที

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ