นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้สัมภาษณ์ภายหลังให้การต้อนรับกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ว่า การเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เมืองพัทยาได้มีการประสานและแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง เพื่อร่วมกันดูแลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงการตรวจสอบสินค้า การป้องกันไม่ให้มีการโก่งราคา และการดูแลคุณภาพของสินค้า ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อรอต้อนรับกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เดินทางมายังเมืองพัทยาในครั้งนี้
ส่วนเหตุผลที่กองทัพเรือสหรัฐฯ เลือกเมืองพัทยาเป็นจุดพักผ่อน นายปรเมศวร์ กล่าวว่า จากการพูดคุยได้รับทราบว่า เรือรบดังกล่าวไปปฏิบัติภารกิจอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานานกว่า 200 วัน และก่อนที่จะเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา ได้มีการวางแผนที่จะเดินทางมาพักค้างและพักผ่อนที่เมืองพัทยา ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเมืองพัทยา
โดยผู้ช่วยทูตทหารเรือได้ให้ข้อมูลว่า เมืองพัทยากับ US Navy มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนาน และมีการเดินทางมาพักผ่อนในลักษณะนี้เป็นระยะ ๆ อยู่แล้ว
นายปรเมศวร์ กล่าวต่อว่า การมาเยือนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษ เนื่องจากได้รับความสนใจจากทั้งคนไทยและต่างประเทศ เพราะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจและใช้เวลาอยู่ในทะเลเป็นเวลานาน ก่อนจะเดินทางมาพักผ่อนที่เมืองพัทยา โดยได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการใช้จ่ายของกำลังพล
ซึ่งได้รับข้อมูลว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา กำลังพลแทบไม่ได้มีโอกาสใช้จ่ายเงิน และครั้งนี้จึงหวังว่าจะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนของเมืองพัทยา ทั้งโรงแรมที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านนวด สปา และธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเมืองพัทยา
นายปรเมศวร์ กล่าวว่า สิ่งที่ทุกฝ่ายเป็นห่วงมากที่สุดในการมาเยือนครั้งนี้ คือเรื่องการดูแลความปลอดภัย โดยเมืองพัทยาได้เตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
และเมื่อประมาณ 3 วันที่ผ่านมา ก็ได้มีการประชุมร่วมกับตัวแทนของกำลังพล US Navy ที่จะเดินทางมายังเมืองพัทยา เพื่อรับทราบข้อจำกัดต่าง ๆ ของกำลังพล ทำให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถเข้าใจและเตรียมความพร้อมในการดูแลได้อย่างเหมาะสม
ส่วนเมืองพัทยาจะได้อะไรจากการเดินทางมาของทหารสหรัฐฯ ในครั้งนี้ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า แน่นอนที่สุดว่า ขณะนี้เมืองพัทยากำลังได้รับความสนใจจากทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศ เพราะเป็นหมุดหมายที่กำลังพลทหารอเมริกันจะเดินทางมาพักผ่อน เรื่องแรกที่จะเกิดขึ้นคือการกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของพัทยา
โดยคาดว่ากำลังพลแต่ละคนจะใช้จ่ายอย่างน้อยประมาณ 100–150 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และการเดินทางมาในครั้งนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัดในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเรื่องของรายได้และการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง
นายปรเมศวร์ กล่าวต่อว่า อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของการประชาสัมพันธ์เมืองพัทยา เนื่องจากจะมีสื่อต่าง ๆ เดินทางมาติดตามและเก็บภาพสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองพัทยา ซึ่งจะทำให้เห็นถึงการพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะชายหาดพัทยาที่มีการปรับปรุงทางเท้าใหม่ การติดตั้งเสาไฟเพื่อเพิ่มความสว่างและความปลอดภัย รวมถึงการติดตั้งป้าย Welcome และที่ผ่านมาเมืองพัทยาก็มีการจัดทำป้าย Pattaya City รวมถึงป้ายบริเวณ Walking Street ที่นำเสนอภาพของเมืองพัทยาที่มีความทันสมัยมากขึ้น
นายปรเมศวร์ กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ถือเป็นโอกาสที่เมืองพัทยาจะได้ถ่ายทอดความเป็นพัทยาสู่สายตาชาวโลก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยและการให้บริการอย่างดี โดยภาคเอกชนซึ่งเป็นหน่วยหลักที่กำลังพล US Navy จะเข้าไปใช้บริการ จะต้องให้บริการที่ดี รักษาคุณภาพสินค้าและบริการ รวมถึงกำหนดราคาที่มีความยุติธรรม เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเมืองพัทยาจากการมาเยือนของทหารอเมริกันในครั้งนี้
ส่วนพวงมาลัยที่เมืองพัทยานำมามอบให้กำลังพลสหรัฐฯ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า เมืองพัทยามองว่าการต้อนรับครั้งนี้ หากมอบเป็นพวงมาลัยดอกมะลิตามปกติ เมื่อใช้งานแล้วก็ต้องทิ้ง จึงได้ประสานไปยังประธานกลุ่มพัฒนาสตรีเมืองพัทยา ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำสินค้าชุมชนและนำผ้าไทยมาทำเป็นผ้าพันคอ ก่อนนำมาประยุกต์เป็นพวงมาลัย
นายปรเมศวร์ กล่าวว่า เมื่อกำลังพลได้รับพวงมาลัยลักษณะดังกล่าวไปแล้ว สามารถถอดส่วนที่ใช้รัดออกและนำผ้าไปใช้ประโยชน์ต่อได้ กลายเป็นผ้าผืนหนึ่งที่สามารถเก็บไว้ใช้ได้ จึงถือเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อน Soft Power ของผ้าไทย และเป็นการนำสินค้า OTOP ของเมืองพัทยามามอบให้เป็นของที่ระลึก
โดยหวังว่ากำลังพลจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ว่าจะนำไปคล้องคอหรือใช้ในลักษณะอื่น ๆ และอย่างน้อยก็เป็นของที่ระลึกที่มีความหมาย ซึ่งจะทำให้จดจำได้ว่า ในช่วงที่เดินทางมาเมืองพัทยา ได้รับสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์และเป็นของที่ระลึกจากเมืองพัทยา
ส่วนข้อห้ามหรือข้อจำกัดต่าง ๆ ที่กำลังพลสหรัฐฯ กำหนดกันเองระหว่างการพักผ่อนในเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ในที่ประชุมมีการแจ้งข้อจำกัดหลายเรื่อง โดยเรื่องแรกคือกีฬาทางน้ำ เนื่องจากอาจเกิดอันตราย จึงมีการห้ามกำลังพลเข้าร่วมกิจกรรมบางประเภท
อีกเรื่องคือการห้ามเข้าร้านขายยา ซึ่งตนได้สอบถามถึงเหตุผล และได้รับคำตอบว่า ยาบางประเภทในประเทศไทยสามารถซื้อได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่ในสหรัฐฯ ยาบางชนิดจำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์ ขณะที่บนเรือก็มีห้องพยาบาลและมี Pharmacy อยู่แล้ว ดังนั้นจึงกังวลว่าการซื้อยาที่ไม่ได้ผ่านการรับรองหรือไม่มีใบสั่งแพทย์ อาจไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดของประเทศเขา จึงมีการกำหนดไม่ให้กำลังพลเข้าร้านขายยา
ส่วนกรณีข้อจำกัดในการเข้าไปยังซอย 6 และซอย 7 นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ทาง US Navy แจ้งว่า หลังพระอาทิตย์ตกหรือช่วงตะวันตกดิน จะมีการจำกัดไม่ให้กำลังพลเข้าไปบริเวณซอย 6 และซอย 7 เท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่น ๆ สามารถเดินทางไปได้ตามปกติ และไม่ได้มีการพูดถึงซอย 8 แต่อย่างใด
ส่วนข้อสังเกตว่าทำไมซอยดังกล่าวจึงถูกจำกัดการเข้าไป นายปรเมศวร์ กล่าวว่า เมืองพัทยาได้อธิบายว่า พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะเรื่อง Nightlife หรือบาร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม สถานที่สำหรับครอบครัว และกิจกรรมอีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าในบางพื้นที่มีลักษณะเป็นบาร์เบียร์ โดยเฉพาะซอย 6 ที่มีบาร์เบียร์อยู่จำนวนมาก ซึ่งทาง US Navy อาจมองว่าอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ หากมีกำลังพลเข้าไปดื่มจนมึนเมาและเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม จึงมีการกำหนดข้อจำกัดดังกล่าว แต่พื้นที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ไม่ได้ถูกห้าม โดยเฉพาะ Walking Street ก็ไม่ได้มีการห้ามเข้าแต่อย่างใด
ในช่วงหนึ่งมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามว่าเมืองพัทยากังวลหรือไม่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่ทำงานในธุรกิจบริการทางเพศ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และเพิ่มมาตรการดูแลผู้หญิงบางกลุ่มที่อาจประกอบอาชีพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่ดังกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หมายถึงการจับกุมหรือไม่ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ไม่ใช่การจับกุม แต่เป็นการดูแลและตรวจสอบประวัติของบุคคลเหล่านี้อย่างรอบคอบ มีการติดตามและเฝ้าดูแล แต่ไม่ได้มีการจับกุมและไม่มีการปรับเงิน แต่เป็นการเก็บข้อมูลของบุคคลเหล่านี้ไว้อย่างละเอียด โดยเมืองพัทยาจะรวบรวมข้อมูลและติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นการเฝ้าระวังและติดตาม แต่ไม่ได้จับกุมหรือปรับเงินแต่อย่างใด
เมื่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามต่อว่าพัทยามีชื่อเสียงในเรื่องธุรกิจบริการทางเพศและมีผู้หญิงที่ทำงานในลักษณะดังกล่าวจำนวนมาก จึงอยากทราบว่าเมืองพัทยากังวลหรือไม่ว่าภาพลักษณ์ดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ออกไป นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องลักษณะดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นในเมืองพัทยา แต่ปัจจุบันเมืองพัทยาให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายมากขึ้น
โดยพัทยาเป็นทั้ง Sports City, MICE City, Wellness City และ Entertainment City ซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันเป็นพัทยา ดังนั้นเมืองพัทยาไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องบาร์เบียร์หรือประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิงเท่านั้น แต่ต้องการนำเสนอภาพของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย
ส่วนข้อกังวลเรื่องอาจเกิดเหตุทะเลาะวิวาท เนื่องจากกำลังพลสหรัฐฯ ที่เพิ่งผ่านภารกิจและอยู่ในสถานการณ์ความตึงเครียดมาเป็นระยะเวลานาน พันตำรวจเอก เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา กล่าวว่า ในส่วนของการดูแลความปลอดภัย ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีและผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 2 ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
โดยเมื่อวานนี้ทีมงานของผู้ช่วยทูตทหารและกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ไปพูดคุยกับผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 2 แล้ว และตำรวจจะบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง เมืองพัทยา และทุกภาคส่วน เพื่อช่วยกันดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ที่คาดว่ากำลังพลจะเดินทางไปท่องเที่ยว
พันตำรวจเอกเอนก กล่าวว่า การดูแลจะไม่ได้กำหนดว่าจะต้องโฟกัสพื้นที่ใดเป็นพิเศษ แต่หากกำลังพลเดินทางไปยังพื้นที่ใด ก็จะมีศูนย์ประสานงานและสามารถแจ้งข้อมูลเข้ามาได้ ซึ่งทุกภาคส่วนได้วางแผนร่วมกันแล้ว เพื่อดูแลความปลอดภัยให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ส่วนข้อกังวลเรื่องความเครียดของกำลังพล เนื่องจากเพิ่งผ่านสถานการณ์และภารกิจที่หนักหน่วงมา พันตำรวจเอกเอนก กล่าวว่า เชื่อว่ากำลังพลอาจมีความเครียดในช่วงที่อยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว แต่เมื่อทราบว่าจะได้เดินทางกลับมาพักผ่อนที่ประเทศไทย ระหว่างการเดินทางก็น่าจะได้ผ่อนคลายไปพอสมควรแล้ว จึงไม่อยากให้กังวลว่ากำลังพลจะมีความเครียดหรือจะนำความเครียดมาระบายในเมืองพัทยา เพราะการเดินทางมาครั้งนี้เป็นการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง
พันตำรวจเอก เอนก กล่าวว่า จึงอยากให้ทุกฝ่ายต้อนรับกำลังพลเป็นอย่างดีและทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีในการดูแลนักท่องเที่ยว โดยให้การดูแลเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวทั่วไป เพียงแต่ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นกำลังพลกองทัพเรือที่เพิ่งกลับจากการปฏิบัติภารกิจ และทุกฝ่ายต่างมีความกังวลในประเด็นดังกล่าว
แต่ในส่วนของตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถดูแลกำลังพลที่เข้ามาท่องเที่ยวได้อย่างดีที่สุด รวมถึงดูแลนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ ไปพร้อมกัน ไม่ได้เน้นเฉพาะกำลังพลสหรัฐฯ เท่านั้น พร้อมยืนยันว่าพร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเดินทางมาพักผ่อนครั้งนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้เมืองพัทยากลับมาคึกคัก
ส่วนการประเมินเศรษฐกิจของเมืองพัทยาในช่วงครึ่งปีหลัง หลังพบว่าเศรษฐกิจในพื้นที่ค่อนข้างซบเซา นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ช่วงนี้ถือเป็น Low Season หรือช่วงหน้าฝน ซึ่งโดยปกติของทุกปีจะเป็นช่วงที่การท่องเที่ยวชะลอตัวอยู่แล้ว ดังนั้นการที่มีนักท่องเที่ยว รวมถึงกำลังพล US Navy ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เดินทางเข้ามาในช่วงนี้ จึงถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเมืองพัทยา
นายปรเมศวร์ กล่าวว่า สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง จะเริ่มเข้าสู่ช่วง High Season โดยช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงตุลาคมอาจเป็นช่วงที่การท่องเที่ยวชะลอตัว โดยเฉพาะเดือนกันยายนที่เป็นช่วงฝนตก
แต่หลังจากนั้นเมืองพัทยาจะมีกิจกรรมต่าง ๆ เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Pattaya Jazz International ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 6–7 พฤศจิกายน งานพลุนานาชาติในวันที่ 27–28 พฤศจิกายน รวมถึงงาน Coffee on the Beach และกิจกรรมอีกหลายงาน ก่อนจะเข้าสู่เทศกาลเคานต์ดาวน์ช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของพัทยาฟื้นตัวตามปกติของทุกปี