จากกระแสข่าวชุมชนชาวยิวในประเทศไทยเตรียมจัดทำพื้นที่สุสานแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ “New Jewih Cemetery” โดยมีข้อมูลว่าจะใช้เป็นพื้นที่รองรับการฝังร่างผู้เสียชีวิต ชาวยิวจำนวนมาก อาจรองรับได้ประมาณ 1,200 หลุม ทำให้เกิดคำถามในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราว่า สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ที่ใด และจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่
กระทั่งพบข้อมูลว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพื้นที่แห่งนี้มานานกว่า 4 ปี
ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว ของ น.ส.น้ำผึ้ง คำสะอาด กำนันตำบลเสม็ดใต้ พร้อมด้วยน.ส.เสาวลักษณ์ ปั้นเจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 นางกัลยา ศรีสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลเสม็ดใต้ และนายเอกชัย สุดนุช สารวัตรกำนัน รวมถึงชาวบ้าน ได้เดินทางมาร่วมตัวกันและตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวว่ามีความเคลื่อนไหวอีกหรือไม่ หลังจากเงียบหายไปนานกว่า 2 ปี จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีขนาดประมาณ 6 ไร่ 20 ตารางวา ตั้งอยู่ริมถนนทางเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเสม็ดใต้ โดยมีรั้วและกำแพงปิดล้อมโดยรอบ ประตูทางเข้าเป็นประตู เมทัลชีท มีโซ่และ กุญแจล็อกอย่างแน่นหนา กำแพงโดยรอบสูงประมาณ 4 เมตรจากระดับคูน้ำ และด้านในยังมีผนังปูนกั้นอีกชั้น ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นสภาพด้านในได้อย่างชัดเจน โดยบริเวณด้านหลังพื้นที่พบแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึงบ่อกุ้งและบ่อปลา ขณะที่ภายในพื้นที่เป็นพื้นที่โล่ง มีหญ้าขึ้นปกคลุมบางส่วน และพบเต็นท์ขนาดใหญ่สีน้ำเงินจำนวน 2 หลัง
ด้านนางเล็ก อายุ 70 ปี ชาวบ้านซึ่งมีบ้านพักอยู่ติดกับพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า ในช่วงแรกตนไม่ทราบว่าสถานที่แห่งนี้จะถูกใช้เป็นสุสานชาวยิว เพราะเข้าใจว่าเป็นสถานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการอบผลไม้แห้ง กระทั่งประมาณปี 2567 มีรถตู้ขนร่างผู้เสียชีวิตเข้ามาที่หน้าบ้านของตน และมีบุคคลเข้ามาติดต่อขอกุญแจไปเปิดประตูสุสาน เพราะคิดว่าตนเป็นผู้ดูแลสุสาน เนื่องจากบ้านปลูกติดกับรั้วของสุสาน จึงทำให้ทราบว่า สถานที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการฝังร่างผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านเคยรวมตัวกันคัดค้านไม่ต้องการให้มีการนำร่างผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีหรือฝังในพื้นที่
นางเล็ก บอกอีกว่า ต่อมาทราบจากผู้นำชุมชนว่าสถานที่แห่งนี้ไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกสบายใจและคิดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะยุติลงแล้ว แต่ล่าสุดกลับมีกระแสข่าวในโลกออนไลน์ว่า พื้นที่สุสานของชาวยิวในกรุงเทพฯ เริ่มมีพื้นที่ไม่เพียงพอ และอาจมีการกลับมาปรับปรุงพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 หลุม ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ติดกับพื้นที่สุสาน เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนใช้น้ำจากบ่อและแหล่งน้ำโดยรอบในการประกอบอาชีพ ทั้งบ่อกุ้งและบ่อปลา จึงกังวลว่าหากในอนาคตมีการนำร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากเข้ามาฝัง อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือคุณภาพน้ำหรือไม่
ขณะที่ น.ส.น้ำผึ้ง คำสะอาด กำนันตำบลเสม็ดใต้ เปิดเผยว่า พื้นที่แห่งนี้เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างประมาณปี 2565 โดยมีการก่อสร้างกำแพงล้อมพื้นที่ ซึ่งขณะนั้นชาวบ้านพอทราบว่าจะใช้เป็นสถานที่ฝังร่างผู้เสียชีวิตของชาวยิว และพยายามคัดค้านมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรนอกจากการสร้างกำแพงสูง กระทั่งปี 2567 ชาวบ้านพบความเคลื่อนไหว คือมีการนำร่างผู้เสียชีวิตชาวยิว เข้ามาในพื้นที่ มีบาทหลวง มีบุคคลแต่งตัวคล้ายชาวยิวมีหนวดเครา ทำให้ชาวบ้านทราบว่าสถานที่แห่งนี้เริ่มมีการใช้เป็นสุสาน จึงรวมตัวกันคัดค้านอีกครั้งและยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น และมีการลงพื้นที่ตรวจสอบ ก่อนที่ภายหลังทางจังหวัดจะแจ้งกลับว่าไม่สามารถต่อใบอนุญาตให้กับสถานที่แห่งนี้ได้ จึงส่งเรื่องให้กรมการปกครองเพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปฃ
ทั้งนี้ปัจจุบัน ผู้ดำเนินการแทนบริษัทดังกล่าว ได้ใช้สิทธิทางศาลและอยู่ในกระบวนการของศาลปกครองระยอง ก่อนเรื่องจะเงียบไปเป็นเวลานานกว่า 2 ปี กระทั่งช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กระแสข่าวเกี่ยวกับพื้นที่แห่งนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีการโพสต์ และแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์ ว่าอาจมีการกลับมาปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้เพื่อรองรับร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 หลุม ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากสอบถามผู้นำชุมชน เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่าพื้นที่แห่งนี้จะถูกนำกลับมาใช้เป็นสุสานต่อหรือไม่
ขณะที่ความกังวลของชาวบ้านมีทั้งเรื่องความหวาดกลัวกับเรื่องลี้ลับในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีทั้งคูน้ำ บ่อกุ้ง และบ่อปลา อีกทั้งสุสานดังกล่าวยังตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจาก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเสม็ดใต้ โรงเรียนบ้านหนองโสน และ รพ.สต.บ้านหนองโสน เบื้องต้นชาวบ้านอยากทราบความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวมีสถานะและใบอนุญาตอย่างไร มีการอนุญาตให้ฝังร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงกระแสข่าวเรื่องการปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับประมาณ 1,200 หลุมเป็นข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนและคลายความกังวลต่อไป
ล่าสุดผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องดังกล่าวกับ ดร.กิตติพงศ์ สีเหลือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ โดยบอกว่า บริษัท เอกชนแห่งหนึ่งได้ เข้ามาขออนุญาตเพื่อจะตั้งสุสาน และฌาปนสถาน โดยมีการฝังศพตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งทาง อบต. ไม่ได้อนุญาต เพราะเป็นช่วงจังหวะที่นายกอบต.หมดวาระ จึงไม่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบ กระทั่งปี 2565 ตนได้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกอบต.อีกสมัย และได้มีการมาขออนุญาตเพื่อขอก่อสร้างกำแพง โดยบริษัทได้นำเอกสารการขออนุญาตทำสุสานจากจังหวัดมาแสดงว่าได้รับอนุญาตแล้ว ทาง อบต. จึงได้อนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างกำแพงขึ้นได้ กระทั่งปี 2566-2567 ได้มีการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตมาที่สุสานดังกล่าว จนทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจและรวมตัวกันประท้วง ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายศพเหล่านั้นออกไปจากพื้นที่ หลังจากนั้นเรื่องราวทั้งหมดก็เงียบหายไป
จนกระทั่ง ปี 2569 ได้มีกระแสข่าวว่าชาวยิวได้ซื้อที่ดินในพื้นที่ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งห่างจากกรุงเทพมหานคร 60-90 นาที และสามารถรองรับศพของ ชาวยิวได้ถึง 1 , 200 ร่าง ณ สุสานแห่งนี้ ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาได้อย่างไร และมั่นใจว่าบริษัทดังกล่าวไม่สามารถนำร่างเข้ามาได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับการต่อใบอนุญาต และใบอนุญาตเดิมที่เคยได้รับอนุญาตจากจังหวัดในสมัยนั้น ได้หมดอายุไปแล้ว
ทั้งนี้ตนจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งนิติกร ฟ้องตามกฎหมายกับคนที่นำข่าว ชาวยิว 1,200 มาที่สถานที่แห่งนี้ ซึ่งทาง อบต. จะไม่อนุญาตให้นำศพมาฝั่งในพื้นที่นี้ได้ รวมถึงจะไม่ให้มีการตั้งสุสาน เพราะเนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม มีคลองสาธารณะ และอยู่ในพื้นที่ชุมชน จะไม่ให้มีการจัดตั้งสุสานดังกล่าวได้