นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "โครงการศึกษาวิจัยและแนวทางการส่งเสริมการตลาดสำหรับชิ้นส่วนดาวเทียม ครั้งที่ 2" โดยมี ทพ.ญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) พร้อมผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย และผู้ประกอบการเข้าร่วม
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของไทยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการจัดทำแผนพัฒนาที่เปิดให้หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ศูนย์วิจัย และภาคเอกชนเข้ามาร่วมกำหนดทิศทางตั้งแต่ต้น เพื่อประเมินศักยภาพและเติมเต็มช่องว่างของระบบให้ครบถ้วน
ประเทศไทยมีพื้นฐานด้านอวกาศที่สำคัญอยู่แล้ว จึงควรนำจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานมาเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดแผนที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม
นายยศชนันกล่าวต่อว่า การพัฒนา THEOS-2A ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของไทย โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วน Local Content และนำองค์ความรู้ด้านอวกาศมาต่อยอดกับอุตสาหกรรมที่ประเทศมีศักยภาพ อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ แมคคานิค และโครงสร้าง ควบคู่กับการส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา การทดสอบและรับรองมาตรฐาน ตลอดจนการพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่และสตาร์ตอัป
นอกจากนี้ ควรเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญและคนไทยด้านอวกาศที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศกลับมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายและกำลังคนด้านอวกาศของไทย
นายยศชนัน กล่าวว่า การผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม ต้องมีระบบสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งกำลังคน โครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยและพัฒนา การลงทุน และกลไกส่งเสริมผู้ประกอบการ
โดยภาครัฐต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจ ขณะที่ภาคเอกชนต้องร่วมสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ตลาด ซึ่งควรมองตลาดในระดับภูมิภาคและระดับโลก ไม่จำกัดเฉพาะความต้องการภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการผลิตที่มีขนาดและความคุ้มค่าเพียงพอ
เทคโนโลยีอวกาศสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่การเกษตร การบริหารจัดการภัยพิบัติ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ
จึงเป็นโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ด้าน ดร.ปกรณ์ กล่าวว่า GISTDA พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศไทย โดยโครงการนี้มุ่งศึกษาสถานการณ์และโอกาสของอุตสาหกรรมอวกาศโลก ควบคู่กับการประเมินศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะการต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็ง เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสสู่ตลาดสากล
การสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมให้สามารถนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
สำหรับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีการวิเคราะห์แนวโน้มเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศ การเสวนาศักยภาพชิ้นส่วนดาวเทียมของผู้ประกอบการไทย การประเมินความพร้อมด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดในระดับโลก รวมถึงการระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์และเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอวกาศและชิ้นส่วนดาวเทียมระดับโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม