DSI เตรียมออกหมายเรียก ”ไมมอน” ชาวอิสราเอล รับทราบข้อหานอมินี!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

DSI เตรียมออกหมายเรียก ”ไมมอน เดวิด มาร์เซียโน และพวก” ชาวอิสราเอล รับทราบข้อหาใช้นอมินีถือครองที่ดิน-อสังหาริมทรัพย์ โยง 3 บริษัทในชลบุรี

วันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถึงความคืบหน้าการขยายผลเครือข่ายต้องสงสัยชาวอิสราเอล ใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจในเขตเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตามหมายค้นศาลอาญาในคดีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

หลังจากช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ร่วมกับนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีนีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ในเขตเมืองพัทยา

นอมินี กรมสอบสวนคดีพิเศษ
ปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ในเขตเมืองพัทยา

เพื่อปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่นำเงินเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายในประเทศตามเมืองสำคัญและแหล่งท่องเที่ยว จนมีพยานหลักฐานนำไปสู่การสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 135/2569 กรณี กล่าวหาว่าการประกอบธุรกิจของบริษัทแห่งหนึ่ง กระทำการหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยนำชื่อบุคคลสัญชาติไทยเข้ามาถือหุ้นแทนบุคคลต่างด้าวซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง เบื้องต้นพบพยานหลักฐานการรับจดทะเบียนให้กับนิติบุคคลจำนวนมากที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยมีนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ (Mr.Maimon David Marsiano) สัญชาติอิสราเอล เป็นกรรมการบริษัท

ซึ่งในการยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคล ได้มีการว่าจ้างให้สำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการให้ และได้นำชื่อของ นางสาว บ. (นามสมมติ) พนักงานสำนักงานกฎหมายเข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 จนปัจจุบัน และปัจจุบันบริษัทดังกล่าวมีโครงสร้างผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย นายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ (สัญชาติอิสราเอล) สัดส่วน 49% นางสาว บ. (นามสมมติ) สัดส่วน 25.5% และนางสาว ด. (นามสมมติ) สัดส่วน 25.5% ดังนั้น บริษัทดังกล่าวจึงมีพฤติการณ์ในลักษณะการประกอบธุรกิจโดยใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี) อีกทั้งยังพบว่ามีผู้ถือหุ้นและกรรมการในบริษัทดังกล่าว  เป็นบุคคลเดียวกันกับบริษัทอีกแห่งหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญ เบื้องต้นพบว่าบริษัทดังกล่าวมีสินทรัพย์จำนวนกว่าหลายร้อยล้านบาท

นอมินี กรมสอบสวนคดีพิเศษ
ปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ในเขตเมืองพัทยา

ส่วนบริษัทอีกแห่งหนึ่งประกอบกิจการโรงแรม ในเมืองพัทยา มีการว่าจ้างให้สำนักงานกฎหมายฯ เป็นผู้ดำเนินการยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อปี พ.ศ. 2555 และได้นำชื่อของ นางสาว บ. (นามสมมติ) พนักงานสำนักงานกฎหมายฯ เข้าร่วมเป็นก่อตั้งบริษัท อีกทั้งเมื่อระหว่างปี พ.ศ. 2556 - 2558 นาย ส. (นามสมมติ) เจ้าของสำนักงานกฎหมายฯ ได้นำชื่อของตนเองเข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทฯด้วย และเมื่อตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท พบว่าระหว่างปี พ.ศ. 2565 จนถึงปัจจุบัน ได้มีการนำชื่อของ นางสาว อ. (นามสมมติ) เข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทด้วย แต่มีข้อมูลปรากฎว่านางสาว อ. รายนี้ ขึ้นทะเบียนประกันสังคมไว้กับบริษัทอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายอะลูมิเนียม ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าบริษัทดังกล่าวมีผู้ถือหุ้นและกรรมการเชื่อมโยงกับบริษัทแรก ที่มีพฤติการณ์ในลักษณะการประกอบธุรกิจโดยใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี) และมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอีกหลายแห่ง ซึ่งรวมแล้วมีสินทรัพย์หลายร้อยล้านบาท

รายงานข่าวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังระบุอีกว่า แม้กองกิจการอำนวยความยุติธรรม จะดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษที่ 135/2569 กรณีบริษัทดังกล่าว ซึ่งเป็นการตรวจสอบในประเด็นของนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ และพวก แต่ก็ยังไม่พบว่า “โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์” ได้มีการกระทำความผิดอันเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่อย่างใด โดยระหว่างนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลให้เกิดความชัดเจนและรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งจะบ่งชี้ได้ว่า “โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์“ได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่

ส่วนกรณีของนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเตรียมนัดหมายประชุมเพื่อจะพิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหา เพื่อให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเบื้องต้น ตามความผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 มาตรา 37 และมาตรา 41 ซึ่งหากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีการประชุมเสร็จสิ้นก็จะได้ระบุได้อย่างชัดเจนว่าจะมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหากลุ่มแรกเป็นใครบ้าง ในข้อหาใดบ้าง

นอมินี กรมสอบสวนคดีพิเศษ
ปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ในเขตเมืองพัทยา

ด้าน นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้มีการเปิดปฎิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้ง 3 จุด ล่าสุดพบข้อมูลข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ถึงพฤติการณ์ความผิดว่ามีชาวอิสราเอลจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนิติบุคคลและการประกอบธุรกิจในไทย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เนื่องจากมาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยใช้นอมินี แม้ในบางบริษัทฯ จะเปิดเผยชื่อของตัวเองในการเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้นก็ตาม แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นการทำธุรกิจโดยใช้นิติกรรมอำพรางแทนตน

สำหรับข้อมูลการตรวจสอบเชิงนิติสัมพันธ์ระหว่างนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ และ แรบไบ โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์ นั้น ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ระบุว่า เบื้องต้นยังไม่พบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างคนทั้งคู่ เพราะในส่วนของนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ ถือเป็นนักธุรกิจชาวอิสราเอลคนสำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออก ครอบคลุมในจังหวัดชลบุรีมากกว่า แต่ข้อมูลที่พบตอนนี้ก็เชื่อว่าทั้งคู่ต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเล็กน้อย และต้องรู้จักกันอยู่แล้ว เพราะตามหลักการทั่วไป การจะเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยของชาวอิสราเอล ก็จะต้องมีเครือข่ายชาวอิสราเอลที่ประสานทำความรู้จักกันไว้ผ่าน “ยิวสมาคมแห่งประเทศไทย” จึงเชื่อว่าทั้งสองคนต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะผ่านเครือข่าย “แรบไบ” อีกทั้งยังมีเครือข่ายชาวอิสราเอลที่เป็นนักธุรกิจอีกหลายคนกระจายตัวไปอยู่ตามภูมิภาคต่างจังหวัดในประเทศไทย อาทิ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดภูเก็ต หรือ กรุงเทพมหานคร เป็นต้น

ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม เผยอีกว่า สำหรับมูลค่ารายการอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินที่เครือข่ายชาวอิสราเอลทั่วประเทศครอบครองอยู่ในปัจจุบัน เบื้องต้นพบว่าสูงถึงหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เงินที่ได้มาก็จะเอาไปใช้ซื้อที่ดินและประกอบธุรกิจหลากหลายประเภท หรือบางส่วนก็นำไปใช้ดูแลชาวอิสราเอลที่เดินทางเข้ามาใช้ชีวิตในประเทศไทย และโดยเฉพาะทหารผ่านศึก ส่วนสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยเป็นเป้าหมายในการใช้ชีวิตของชาวอิสราเอล เนื่องด้วยพวกเขามองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัย มีความสงบ จึงอยากมาใช้ชีวิตพักผ่อน แต่อย่างไรก็ดี ในกลุ่มชาวอิสราเอลที่เดินทางมาพักอาศัยในประเทศประเทศไทยนั้น เรายังแบ่งได้ว่ามีทั้งกลุ่มที่มาเพื่อพักผ่อนจริง ๆ และก็มีกลุ่มที่มีเป้าประสงค์ในการจะมาอยู่เพื่อเปลี่ยนเป็นสัญชาติไทย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ