ความคืบหน้ากรณี ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุม “หลวงพ่อโชติ” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา อายุ 66 ปี ต้นตำรับเหรียญเหนือดวงองค์พ่อจตุคาม ตามหมายจับในข้อหาฟอกเงินและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังจากพบพฤติกรรมเบียดบังเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท และยังปรากฏพยานหลักฐานจากคลิปวงจรปิดพบพฤติกรรมเสพเมถุนกับสีกาคนสนิทภายในกุฏิ ขณะที่โต๊ะกลมจากกุฏิอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ก็ถูกนำมาที่กองบังคับการปราบปรามด้วย
สำหรับ โต๊ะกลมดังกล่าว ก่อนหน้านี้ถูกชาวเน็ตนำไปทำมีมจนกลายเป็นไวรัล ล่าสุดมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่นำโต๊ะดังกล่าวไปทำลาย โดยเหตุผลที่สำนักพุทธฯร้องขอให้ทำลาย เนื่องจากมองว่าโต๊ะตัวนี้เป็น "กาลกิณีของพระพุทธศาสนา" และเกรงว่าหากเก็บเอาไว้ อาจกลายเป็นจุดเช็กอินของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาดูโต๊ะตามกระแส จนทำให้ความสนใจในการเข้าวัดเพื่อทำบุญลดลง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองปราบยืนยันว่าการนำโต๊ะกลมออกจากสถานที่ดังกล่าว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในคดี แต่เป็นการนำไปดำเนินการตามคำร้องขอของสำนักพุทธฯ เพื่อทำลายโต๊ะดังกล่าว
ส่วนตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ที่ว่างลง ล่าสุดเมื่อวานนี้ พระเทพวัชรจริยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงนามในคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่งตั้ง พระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน (ประยูร สุทฺธิปุญโญ) เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง และรองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ โดยมีผลทันที