ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ความเห็นความคิดเห็นถึงวิกฤตศรัทธาพุทธศาสนา หลังพระสงฆ์ประพฤติผิดวินัยสงฆ์และผิดกฎหมาย ว่าพุทธศาสนาประกอบด้วยพระศาสดา พระธรรมคำสอน และพระสงฆ์ ซึ่งตั้งแต่สมัยโบราณก็มีพระสงฆ์ที่ประพฤติผิด ถูกลงโทษจำนวนไม่น้อย
เรื่องพระทำความผิดเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ต้องวางมาตรการ ตนอยากให้พุทธศาสนิกชนมองที่ข้อเท็จจริงว่าจริงๆแล้วพระพุทธศาสนาไม่ได้เสื่อม ยังคงมีหลักธรรมคำสอน มีพระสงฆ์ที่ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอีกมากมาย
เพียงแต่ปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นจังหวะดีที่จะได้ไล่ผู้ร้าย ไล่ปลวก แมลง ออกจากต้นไม้ที่ให้ร่มเงากับเรา
ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง ยังกล่าวถึงบทบาทของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ถูกมองว่าไม่ได้จริงจังกับการทำหน้าที่ ว่าจริงๆแล้วหน่วยงานนี้ไม่ใช่ตำรวจพระ พระสงฆ์ปกครองกันเอง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีหน้าที่สนองงาน แต่เมื่อทำงานเกี่ยวข้องกัน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่าละเลยหน้าที่
จากการทำงานร่วมกับสำนักพุทธฯ ตนก็รับฟัง และเห็นตรงกันว่าหลังจากนี้จะต้องพยายามหามาตรการในเรื่องนี้ โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมาก็พยายามวางมาตรการที่ต้องขอความร่วมมือจากคณะสงฆ์ เช่น เรื่องการบริจาคที่ต้องผ่านระบบ QR Code เข้าบัญชีของวัด และในการจ่ายออก จะต้องมีกระบวนการ ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งสามารถทำเองได้โดยพลการ ซึ่งวัดประมาณร้อยละ 90 ก็ไม่มีปัญหา
ส่วนวัดที่เกิดเหตุที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ต้องมีการสอบสวนว่ามีรูรั่วตรงไหน ซึ่งตนได้พูดคุยกับผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าหลังจากนี้ต้องบริหารความเสี่ยงว่าวัดใดมีแนวประพฤติอย่างไร จะต้องจับตา สอดส่องดูแลเป็นพิเศษ หากมีอะอะไรที่เป็นพิรุธ ก็ต้องแจ้งคณะสงฆ์ดูแลจัดการแต่ถ้าเรื่องใดถึงขั้นผิดกฎหมายบ้านเมืองก็เป็นเรื่องที่ฝ่ายบ้านเมืองต้องดำเนินการ
ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าวอีกว่าในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีกลไกหนึ่งที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น คือ อนุกรรมการคุ้มครองพุทธศาสนาประจำจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีผู้แทนส่วนราชการทำงานร่วมกัน มีเจ้าคณะจังหวัดทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุตเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการด้วย
ขณะนี้การทำงานร่วมกันเริ่มเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อว่าเมื่อทุกฝ่ายเห็นปัญหาร่วมกันแบบนี้ ทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คณะสงฆ์หรือคณะกรรมการที่ตนร่วมทำงานด้วยและอนุกรรมการจังหวัดก็จะใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น พร้อมย้ำว่าตนไม่อยากให้ประชาชนสิ้นศรัทธาสิ้นความเชื่อความยึดมั่นในพุทธศาสนา