จากการสร้างตำนานบทใหม่ของ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ศิลปินระดับโลก ไปร่วมรายการยอดฮิตของสหรัฐอเมริกาอย่าง The Tonight Show Starring Jimmy Fallon เพื่อโปรโมตมินิอัลบั้มใหม่และเพลงฮิต “SaWaDiKa” ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างก็คือการแนะนำเบียร์ไทยให้พิธีกรได้ลอง พร้อมสอนให้พูด “หมดแก้ว”
วันนี้ “ทีมข่าวพีพีทีวี” ชวนทำความเข้าใจว่าการดื่มเบียร์แบบ “หมดแก้ว” ได้ปริมาณแอลกอฮอล์เท่าไหร่ และแต่ละคนควรดื่มแบบ “หมดแก้ว” ได้มากแค่ไหน?
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ 1 กระป๋อง ไวน์ 1 แก้ว หรือเหล้า 1 แก้ว หากนำมาคำนวณในทางสุขภาพแล้ว จะนับเป็นปริมาณการดื่มเท่ากันหรือไม่ เพราะเครื่องดื่มแต่ละชนิดมีทั้งปริมาณและระดับแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกัน
สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จึงมีการใช้คำว่า “ดื่มมาตรฐาน” เป็นหน่วยสำหรับประเมินปริมาณแอลกอฮอล์ที่ได้รับ เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบปริมาณการดื่มจากเครื่องดื่มแต่ละประเภทได้ชัดเจนมากขึ้น
ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น หากมีปริมาณแอลกอฮอล์แตกต่างกัน จะใช้ปริมาณที่แตกต่างกันในการนับเป็น 1 ดื่มมาตรฐาน ดังนี้
- เบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ไม่เกิน 5% ปริมาณ 330 มิลลิลิตร หรือ 1 กระป๋อง
- ไวน์ที่มีแอลกอฮอล์ 11-13% ประมาณ 100 มิลลิลิตร หรือ 1 แก้ว
- เหล้าแดงที่มีแอลกอฮอล์ 35-40% ประมาณ 30 มิลลิลิตร หรือ 3 ฝา
- เหล้าขาวที่มีแอลกอฮอล์ 40% 2/3 เป็ก หรือ 25 มิลลิลิตร
โดย 1 ดื่มมาตรฐาน (Standard Drink) คือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ผสมอยู่ 10 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ตับใช้เวลา 1 ชั่วโมง ในการขับออก
ทั้งนี้ปริมาณแอลกอฮอล์ที่สามารถรับประทานได้ โดยไม่เกิดผลเสียต่อร่างกาย ในคนทั่วไปที่ไม่ได้มีโรคประจำตัว สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้ โดยไม่มีผลเสียต่อร่างกาย
ผู้ชาย น้ำหนักประมาณ 71.5 กิโลกรัม
- ใน 1 วันไม่ควรดื่มเกิน 4 ดื่มมาตรฐาน โดยดื่มไม่เกิน 2 ดื่มในชั่วโมงแรก และ 1 ดื่มในชั่วโมงถัดไป
ผู้หญิง น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม
- ใน 1 วันไม่ควรดื่มเกิน 2 ดื่มมาตรฐาน โดยดื่มไม่เกิน 1 ดื่มในแต่ละชั่วโมง
อย่างไรก็ตามสำหรับการดื่มตั้งแต่ 5 วันต่อสัปดาห์ขึ้นไป และดื่มวันละมากกว่า 5 ดื่มมาตรฐาน ถือเป็นการดื่มแบบเสี่ยงรุนแรง โดยสามารถเทียบได้กับเบียร์ 4 กระป๋อง หรือ 2 ขวดใหญ่ หรือเหล้าแดงครึ่งแบน ทั้งนี้ปริมาณการดื่มดังกล่าวเป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินการดื่ม ไม่ได้หมายความว่าเป็นปริมาณที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
ข้อมูล : กรมการแพทย์