นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม บ้าพลังช่วยด้วย เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อยื่นเอกสารและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์หรือไม่ พร้อมร้องขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงธุรกรรมของบุคคลในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีความเชื่อมโยงกับเรื่องที่ร้องเรียนหรือไม่
สำหรับวันนี้ นายษิทรา มาในลุคใส่แว่นดำ สวมเสื้อเกราะสีดำ มีการติดอาร์มเป็นรูปตัวการ์ตูนต่าง ๆ เช่น คิตตี้ วันพีซ โดราเอมอน เป็นต้น ซึ่งทันทีที่ลงจากรถ นายษิทรา ยังสวมบทบาทล้อเลียน กัน จอมพลัง บอกว่า “ผมงง นักข่าวมาก่อนได้ไงเนี่ย ผมมาดีเอสไอ ถ้าเจ้าหน้าที่โดนเสียบไปก่อนทำไง ผมนัด 10 โมง ที่ยังไม่ออกมา เพราะรอแสงอยู่ มาก่อนแบบนี้หมายแตกพอดี”
นายษิทรา ยังให้ข้อมูลว่า วันนี้มาเพื่อให้การเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีการยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ กัน จอมพลัง ในส่วนของการระดมทุนมูลนิธิไปแล้ว ปรากฏว่าเมื่อสองวันที่ผ่านมา เจอเว็บพนันชื่อ USA888 แม้ว่าตอนนี้ได้ปิดระบบไปแล้ว แต่ตัวเองได้ดูดคลิปและ URL ไว้หมดแล้ว
ซึ่งในเว็บดังกล่าวมีคลิปโปรโมตเว็บโหลดขึ้น YouTube ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งในคลิปตนเองมั่นใจว่าเป็นเสียง กัน จอมพลัง ไม่ใช่เสียง AI แน่นอน ใครที่ได้ฟังคลิปเสียงต้องตาสว่างแน่นอน
ส่วนตัวของ กัน จอมพลัง นอกจากจะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาเล่นเว็บ เท่าที่ตัวเองทราบ กัน จอมพลัง เป็นตัวตั้งต้นที่จะทำเว็บในลักษณะนี้ และต้องการเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่จัดหาสาวสวยทั้งชาวไต้หวัน ฮ่องกง เข้ามามีส่วนร่วมในเว็บ และเปิดให้คนได้ส่งของขวัญไปให้สาว ๆ เหล่านี้ด้วย
สำหรับข้อมูลของเว็บพนันนี้ ตัวเองเชื่อว่ามีแบ่งแยกออกอีกหลายเว็บไซต์ ซึ่งจากนี้จะทยอยออกมาเปิดเรื่อย ๆ รวมถึงเส้นเงินที่เกาะก่อนหน้านี้ คาดว่าจะมีประมาณ 200 ล้านบาท แต่ล่าสุดพบว่าทะลุกราฟ ซึ่งหลังจากนี้จะโพสต์เปิดข้อมูลตัวเลขอีกครั้ง
นายษิทรา เผยว่า ตอนนี้ กัน จอมพลัง หายออกไปจากเพจ 48 ชั่วโมง แต่ประเด็นข้อสงสัยก็ยังมีต่อเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริต เรื่องระดมทุนมูลนิธิ และเว็บพนัน ซึ่งอยากให้ออกมาชี้แจงว่า เป็นคนทำจริงหรือไม่ สงสัยว่าตั้งแต่ตัวเองเปิดเผยข้อมูลของ กัน จอมพลัง ตั้งแต่วันแรก ที่เกี่ยวกับการเคลียร์เว็บพนันออนไลน์
สำหรับบุคคลที่อยากให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบมีอยู่ทั้งหมด 5 คน คือ กัน จอมพลัง ต่อมาคือภรรยาและพ่อแม่ของ กัน จอมพลัง เพราะมีสายข่าวบอกว่า มีเส้นเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเกี่ยวโยงกับคนกลุ่มนี้ นอกจากนั้นยังมีข้อสงสัยเรื่องของบ้านในโครงการหรูที่ตกแต่งหลายร้อยล้าน ว่านำเงินเว็บพนันมาซื้อหรือไม่ รวมถึงเรื่องรถลัมโบร์กีนีด้วย
ส่วนอีกสองคนที่อยากให้ตรวจสอบ คนแรกชื่อว่านายกระเทียม บุคคลนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องสีรถ แต่มีเงินซื้อบ้านหลัก 10-100 ล้านบาทได้ในระยะเวลาไม่กี่ปี ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับ กัน จอมพลัง และคนสุดท้าย คือ อีฟ อดีตประธานมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้
เมื่อถามว่าการออกมาร้องเรียน กัน จอมพลัง ครั้งนี้ อีกฝั่งหนึ่งมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยใช้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบหรือไม่ นายษิทรา ยืนยันว่า ถ้า กัน จอมพลัง เป็นคนดีจริง เป็นทองจริง ยังไงก็กลั่นแกล้งกันไม่ได้ และมองว่าถ้าเป็นคนดีจริง ป่านนี้คงจะออกมาตอบโต้อะไรบ้างแล้ว แต่ตอนนี้กลับเลือกใช้วิธีเงียบ พร้อมยืนยันว่าการตรวจสอบที่ผ่านมาไม่ใช่การกลั่นแกล้ง หากเป็นการกลั่นแกล้งจริง ท้ายที่สุดตัวเองก็คงอาจจะถูกดำเนินคดีกลับก็ได้