เกาะติดสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก วันที่ 25 ก.ย. 2569 โดยช่วงเช้าวันนี้มีกลุ่มฝนปกคลุมหลายพื้นที่ ทให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา มีการออกประกาศเตือน ฉบับที่ 8 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบจนถึงวันที่ 27 ก.ย. 2569 โดยในช่วงวันที่ 25 – 27 ก.ย. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
โดยเริ่มมีรายงานสถานการณ์น้ำท่วม น้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่
“อนุทิน” ติดตามฝนหนักหลายพื้นที่อย่างใกล้ชิด กำชับดูแลประชาชนต่อเนื่อง อย่าให้ขาดตกบกพร่อง
นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และหลายจังหวัดภาคกลางอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือสถานการณ์และดูแลประชาชนอย่างเต็มที่
นางสาวไตรศุลี กล่าวว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ โดยเพิ่งเสร็จสิ้นการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 และภารกิจด้านเศรษฐกิจ–การลงทุนที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร แต่นายกรัฐมนตรียังคงติดตามสถานการณ์ภายในประเทศ และประสานข้อสั่งการมายังหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมตั้งแต่แผนเผชิญเหตุ การอพยพประชาชน การจัดเตรียมความช่วยเหลือ เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อรองรับน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมให้ประสานส่วนราชการและผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด
“ท่านนายกฯ ได้ขอให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเตรียมการในทุกด้าน ทั้งแผนเผชิญเหตุ การอพยพผู้คน การเตรียมความช่วยเหลือ เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ และบุคลากร ประสานงานทุกฝ่ายให้เรียบร้อย อย่าให้มีปัญหาขาดตกบกพร่อง” นางสาวไตรศุลี กล่าว
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำ ทั้งด้านการพยากรณ์ การระบายน้ำ การคมนาคม สาธารณสุข การช่วยเหลือประชาชน และการบริหารพื้นที่ ประสานการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ ขอให้มีการติดตามและเชื่อมการทำงานกับจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดช่องว่างระหว่างที่นายกรัฐมนตรีปฏิบัติภารกิจอยู่ต่างประเทศ
โดยภารกิจที่กรุงลอนดอนเป็นช่วงสุดท้ายของการเดินทางต่างประเทศครั้งนี้ ซึ่งมีกำหนดพบภาคการเงิน นักลงทุน และภาคธุรกิจของสหราชอาณาจักร เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทย ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 27 ก.ย. 2569
ปภ.เร่งช่วยน้ำท่วมจันทบุรี 5 อำเภอ ระดมเรือ รถ พร้อมส่งน้ำดื่ม ช่วยประชาชน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและเส้นทางสัญจร เบื้องต้นมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งหางแมว อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอนายายอาม อำเภอเขาคิชฌกูฏ อำเภอมะขาม รวม 15 ตำบล 41 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบรวม 117 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย (อ.แก่งหางแมว พระภิกษุมรณภาพ 1 รูป จากเหตุดินสไลด์ในสำนักสงฆ์หุบบอนหวา และ อ.นายายอาม มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จากเหตุเรือประมงล่ม)
ปัจจุบันระดับน้ำอำเภอแก่งหางแมวและอำเภอโป่งน้ำร้อนเริ่มลดลง ส่วนอำเภอนายายอามยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำจากอำเภอแก่งหางแมว และที่อำเภอเขาคิชฌกูฏระดับน้ำเริ่มลดลงบางส่วน แต่ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่ ต.พลวง ส่วนอำเภอมะขามยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่ริมน้ำจันทบุรี เนื่องจากมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากการรับน้ำจากอำเภอเขาคิชฌกูฏ
จังหวัดจันทบุรี หน่วยงานในพื้นที่ อำเภอ ได้ร่วมกันช่วยเหลือประชาชน และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 17 จันทบุรี ได้ส่งรถขนย้ายผู้ประสบภัย 2 คัน เรือท้องแบน 3 ลำ พร้อมบุคลากร รวมทั้งสนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวด จำนวน 2,000 ขวด และชุดสุขอนามัย จำนวน 300 ชุด กระจายการช่วยเหลือในพื้นที่
ทั้งนี้ ปภ. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์และประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมทางน้ำ และแนวคลองวังโตนด–แม่น้ำจันทบุรี เนื่องจากยังมีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้
อัปเดตระดับน้ำคลองรังสิตประยูรศักดิ์ อยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยงอันตรายสุงสุด
“เทศบาลนครรังสิต” อัปเดตระดับน้ำคลองรังสิตประยูรศักดิ์ อยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยงอันตรายสุงสุด โดยจากรายงานสถานการณ์ระดับน้ำ เขตพื้นที่เทศบาลนครรังสิต ระดับน้ำคลองรังสิตประยูรศักดิ์ (สะพานแดง) 1.88 เมตร ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 20.40 น. สถานการณ์ระดับน้ำธงแดง อยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยงอันตรายสูงสุด ให้อาศัยในพื้นที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อสั่งการ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ปภ.เตือนหลายอำเภอใน จ.ปราจีนบุรี ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
ปภ.ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือน อ.ประจันตคาม,อ.กบินทร์บุรี,อ.นาดี,อ.ศรีมหาโพธิ,อ.เมืองปราจีนบุรี ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ให้ยกของขึ้นที่สูง-เคลื่อนย้ายรถเก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง
ฝนถล่ม กทม. “ชัชชาติ” ลุยคลองประเวศ–บึงหนองบอน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยตรวจการระบายน้ำบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์ เขตสวนหลวง และบึงหนองบอน พร้อมกำชับสำนักการระบายน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปริมาณฝนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาในบางพื้นที่สูงกว่า 150 มิลลิเมตร และฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้คลองหลายแห่งมีปริมาณน้ำเต็มความจุ โดยเฉพาะพื้นที่ริมคลองที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อเข้าพื้นที่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กทม. ได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำและดำเนินการระบายน้ำในจุดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากเกินกำลังการระบายน้ำของคลอง จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการทยอยระบายออก
“เราก็เต็มที่แล้ว สู้กับธรรมชาติมันก็มีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน แต่พยายามทำในทุกสิ่งที่เราทำได้” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติงานต่อเนื่องตลอดคืน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สำหรับสถานการณ์ฝั่งตะวันออก เมื่อคืนมีปริมาณน้ำฝนสะสมที่ประเมินได้ประมาณ 14 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงต้องเร่งบริหารจัดการน้ำผ่านคลอง ระบบสูบน้ำ และโครงสร้างระบายน้ำต่าง ๆ ขณะเดียวกัน กทม. ได้ใช้บึงหนองบอน ซึ่งเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ ความจุประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นพื้นที่รองรับน้ำ โดยก่อนหน้านี้ได้พร่องน้ำในบึงไว้เพื่อเตรียมรับน้ำฝน และปัจจุบันสามารถดึงน้ำจากคลองที่เชื่อมกับคลองประเวศบุรีรมย์เข้าสู่บึงหนองบอน เพื่อระบายต่อผ่านอุโมงค์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
ระหว่างลงพื้นที่บึงหนองบอน ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังในการเก็บขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเร่งเปิดช่องทางรับน้ำให้สามารถดึงน้ำจากคลองเข้าสู่บึงได้มากขึ้น รวมถึงให้เตรียมเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ (Mobile Pump) เพิ่มเติม เพื่อเสริมกำลังการระบายน้ำในจุดที่จำเป็น
“ปัญหาหลักตอนนี้ไม่ใช่เรื่องท่อตัน แต่คลองมันเต็ม น้ำจากท่อระบายลงคลองได้ แต่เมื่อคลองเต็ม น้ำก็ไปต่อไม่ได้ จึงต้องเร่งระบายน้ำออกจากคลอง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าว
ทั้งนี้ กทม. ยังมีอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน ซึ่งสามารถระบายน้ำต่อไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาได้โดยตรง และมีโครงการอุโมงค์เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มการดึงน้ำเข้าสู่บึงหนองบอน อยู่ระหว่างกระบวนการจัดหาผู้รับจ้าง โดยจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ กทม. ได้เห็นจุดที่ต้องปรับปรุงการเชื่อมต่อและการรับน้ำเพิ่มเติม เพื่อให้ระบบที่มีอยู่สามารถรองรับน้ำได้เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ฝนตกหนักครั้งนี้เป็นโอกาสในการทดสอบระบบระบายน้ำและดูจุดที่ต้องพัฒนาต่อ โดยโครงสร้างที่ กทม. ได้ดำเนินการเพิ่มเติม ทั้งบึงหนองบอนและอุโมงค์ระบายน้ำ จะช่วยแบ่งเบาภาระการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากฝนยังตกต่อเนื่อง การระบายน้ำจำเป็นต้องใช้เวลาในการทยอยระบายตามความจุของคลองและระบบที่มีอยู่
“คืนนี้ก็น่าจะลุยทั้งคืนต่อ เพราะน่าจะฝนตกทั้งคืน เราจะพยายามเร่งดูดและระบายน้ำออกให้มากที่สุด ถ้าฝนซาลงก็จะเร่งดำเนินการทันที” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าว
กทม. ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ฝนและสภาพการจราจรอย่างใกล้ชิด วางแผนการเดินทาง และหากสามารถเดินทางกลับที่พักได้ ขอให้กลับก่อนฝนตกหนักในช่วงค่ำ รวมถึงประชาชนที่พักอาศัยริมคลองควรเฝ้าระวังระดับน้ำและยกสิ่งของขึ้นที่สูง ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนและอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางตามความเหมาะสม
ระดับน้ำในคลองสูง หยุด! เดินเรือโดยสารคลองแสนแสบ
จากสถานการณ์ฝนตกหนักตลอดทั้งวัน ส่งผลทำให้ระดับน้ำในคลองแสนแสบเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด แจ้งประชาสัมพันธ์ขอหยุดเดินเรือโดยสารชั่วคราวในคลองแสนแสบ ตั้งแต่เวลา 11.45 น. เป็นต้นไป โดยหากระดับน้ำลดลงและสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ โดยแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
สำหรับเรือคลองแสนแสบจะให้บริการตั้งแต่ ท่าวัดศรีบุญเรือง เขตบางกะปิ ถึง ท่าผ่านฟ้าลีลาศ เขตพระนคร แบ่งเป็น ช่วงผ่านฟ้าลีลาศ–ประตูน้ำ และช่วงประตูน้ำ–วัดศรีบุญเรือง
กรมชลฯ สั่งตรึงการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท โดยกล่าวว่า ได้สั่งเพิ่มการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อช่วยบริหารปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อน โดยวันนี้ (25 ก.ย.) ฝั่งตะวันตกรับน้ำประมาณ 269 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และฝั่งตะวันออกประมาณ 242 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมประมาณ 511 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
การเพิ่มการรับน้ำเข้าระบบชลประทานดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และพยายามตรึงการระบายน้ำท้ายเขื่อนไว้ที่ 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีให้นานที่สุด เพื่อลดและจำกัดวงผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อน
สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือ ที่สถานี C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,795 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานที่ 1,777 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำที่ 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกรมชลประทานจะติดตามปริมาณน้ำเหนือและฝนที่ตกในพื้นที่ภาคกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับการบริหารน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์
นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า น้ำที่ระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะไหลตามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อระบายออกสู่อ่าวไทย โดยปริมาณน้ำก้อนนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯ และปริมณฑล พิจารณาจากปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านบริเวณ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการไหลเฉลี่ยประมาณ 1,693 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากความจุลำน้ำ 3,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยอัตราที่จะมี ผลกระทบต่อกรุงเทพฯและปริมณฑลอยู่ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ ช่วงนี้ เป็นผลจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ โดยกรุงเทพมหานครได้พร่องน้ำในระบบไว้ล่วงหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝน และเร่งสูบระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่ภาวะน้ำทะเลหนุนคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า หรือปลายเดือน หลังช่วงที่มีฝนมากในสัปดาห์นี้ ผลกระทบต่อชุมชนริมน้ำอาจมีบ้าง
ส่วนสถานการณ์อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ กรมชลประทานยังเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำมากกว่า 80% ของความจุ และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีน้ำมากกว่า 80% รวมถึงบางแห่งที่มีปริมาณน้ำเกิน 100% หลังหลายพื้นที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง
สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุ มี 8 แห่ง ได้แก่ แม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ กิ่วลม และกิ่วคอหมา จ.ลำปาง สิรินธร จ.อุบลราชธานี ศรีนครินทร์ และวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ขุนด่านปราการชล จ.นครนายก และแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 461 แห่ง มีอ่างที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 100% จำนวน 83 แห่ง และมีปริมาณน้ำอยู่ระหว่าง 80-100% จำนวน 109 แห่ง กรมชลประทานติดตามสถานการณ์และบริหารการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด หากมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำจะแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าและจะทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด
อ่างทองฝนตกหนักตลอดคืน! โรงเรียนเขตอำเภอเมืองบางแห่งงดการเรียนการสอนชั่วคราว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.อ่างทองฝนตกหนักตลอดช่วงดึกที่ผ่านมา จนถึงช่วงเช้าของวันนี้ (25 ก.ย.69) โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ไชโย อ.ป่าโมก และ อ.เมืองฯ ทำให้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน มีน้ำขังท่วมล้นชุมชน ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำออกจากพื้นที่ ขณะที่สถานศึกษาบางแห่ง ประกาศงดการเรียนการสอนชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
โดยเช้านี้ บางโรงเรียนในพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง ได้ ประกาศงดการเรียนการสอนชั่วคราว เนื่องจากฝนตกหนักน้ำระบายไม่ทัน เช่น โรงเรียนอนุบาลเมืองอ่างทอง (วัดท้องคุ้งตั้งตรงจิตร3) ต.โพสะ และโรงเรียนอนุบาลวัดอ่างทอง ต.บางแก้ว ซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา และหน้าโรงเรียนมีน้ำท่วมขังบริเวณถนนรอบโรงเรียน ระดับน้ำประมาณฟุตบาท
ขณะที่โรงพยาบาลอ่างทอง ยังเปิดให้บริการตามปกติ แต่พื้นที่ด้านในยังมีน้ำท่วมขังรอการระบาย ล่าสุดเทศบาลเมืองอ่างทองได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำออกจากตัวโรงพยาบาลแล้ว และทางโรงพยาบาลได้อำนวยความสะดวก ด้วยการจัดรถตู้ รับ-ส่ง ผู้มาใช้บริการจากลานจอดรถ ส่งที่หน้าห้องฉุกเฉิน
ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง รายงานปริมาณฝนสะสม 24 ชม.ในจังหวัดอ่างทองรวม 68.85 มม. และคาดการณ์วันที่ 25-27 ก.ย.69 จะมีฝนตกหนัก 80% ของพื้นที่ ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำที่ 1,750 ลบ.ม./วินาที
ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำวันนี้ แม่น้ำเจ้าพระยาจุดหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองสูง 7.21 ม. เพิ่มขึ้น 0.29 ม.) ต่ำกว่าตลิ่ง 2.79 ม. ระดับน้ำ แม่น้ำน้อย ม.9 ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญสูง 4.46 ม. เพิ่มขึ้น 0.19 ม. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.54 ม. และระดับน้ำแม่น้ำน้อย จุดหลังวัดตูม ต.ม่วงเตี้ย อ.วิเศษชัยชาญ สูง 4.95 ม. เพิ่มขึ้น 0.2 ม. ต่ำกว่าตลิ่ง 1.55 ม. ปัจจุบันจังหวัดอ่างทองมีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 3 อำเภอ 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน 141 ครัวเรือน
คลื่นลมแรงถล่มพัทยา ชักธงแดงห้ามเรือออกจากฝั่ง
วันที่ 25 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าวันนี้ พื้นที่เมืองพัทยาเผชิญฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ส่งผลให้ทะเลมีคลื่นสูง สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินเรือ เจ้าหน้าที่จึงชักธงแดงเตือนภัย พร้อมห้ามเรือท่องเที่ยวทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาด
บรรยากาศบริเวณชายหาดพัทยาช่วงเช้า พบกระแสลมแรงและคลื่นซัดเข้าหาฝั่งอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการเตียงชายหาดหลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ขณะที่เรือท่องเที่ยวจำนวนมากนำเรือเข้าจอดหลบคลื่นลมตามแนวชายหาดและบริเวณแหลมบาลีฮาย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเรือได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรงและอับปางรวม 6 ลำ แบ่งเป็นเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ 1 ลำ และเรือสปีดโบ๊ต 5 ลำ นอกจากนี้ ยังพบเรือลากร่มขนาดใหญ่สำหรับให้บริการกิจกรรมพาราเซลแก่นักท่องเที่ยวอีก 2 ลำ ถูกคลื่นลมพัดจนเกยชายหาด
ด้านสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา แจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือและเรือท่องเที่ยวให้เพิ่มความระมัดระวัง พร้อมติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และงดนำเรือออกจากฝั่งในช่วงที่คลื่นลมยังมีกำลังแรง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ พื้นที่พัทยายังคงต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศและคลื่นลมแรงในช่วง 3–4 วันนี้ ผู้ประกอบการเรือและนักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดก่อนเดินทางทางทะเล
เทศบาลนครรังสิตแจ้งเตือนธงส้ม!
โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา เทศบาลนครรังสิต แจ้งเตือนสถานการณ์ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ บริเวณสะพานแดง หลังระดับน้ำเพิ่มขึ้นเข้าสู่เกณฑ์ “ธงส้ม” ซึ่งเป็นระดับที่มีความเสี่ยงอันตราย พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังและเคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง
โดยวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 06.46 น. ระดับน้ำบริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จุดสะพานแดง อยู่ที่ 1.55 เมตร เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 เซนติเมตร
สถานการณ์ดังกล่าวอยู่ในระดับ “ธงส้ม” หมายถึงระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยงอันตราย จึงขอให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้คลอง เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ และเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน สิ่งของมีค่า รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นไว้ในที่สูง
ทั้งนี้ ประชาชนควรติดตามประกาศและข้อมูลระดับน้ำจากเทศบาลนครรังสิตอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเตรียมรับมือได้ทัน หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
“ชัชชาติ” จับตาเย็นนี้ฝนถล่มกทม.
เวลา 9.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการรับมือกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กรุงเทพมหานครในช่วงฝนตก ว่า เมื่อคืนฝนตกหนักสูงสุด 91 มิลลิเมตร แถวลาดกระบังและมีนบุรี ซึ่งเมื่อคืนมีน้ำน้ำท่วมประมาณ 10 จุดแต่แห้งหมดแล้วในช่วงเช้า แต่วันนี้หย่อมความกดอากาศต่ำอยู่เหนือบริเวณกรุงเทพทำให้ดึงมวลน้ำเข้ามาและจะทำให้ฝนตกในตลอดทั้งวัน
ดังนั้นพื้นที่หลักที่น่ากังวลคือมีนบุรีและลาดกระบัง ซึ่งน้ำในคลองประเวศค่อนข้างเต็มและสุดท้ายในคลองมีนบุรีจะไหลลงสู่คลองประเวศ ซึ่งในวันนี้จึงได้สั่งการให้ประสานกับกรมชลประทานระบายน้ำไปทางแปดริ้วและหาช่องทางแก้มลิง บึงหนองบอนและอุโมงค์ต่างๆ เข้ามา
นายชัชชาติ บอกอีกว่า ในช่วงเช้าฝนยังลงไม่หนัก แต่ขอให้ติดตาม สถานการณ์ในช่วงเย็นอีกครั้ง แต่คาดว่าสถานการณ์ทั้งหมดจะดีขึ้นภายในระยะเวลาสองวัน และคิดว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ท่วมหนัก แต่อาจจะเกิดน้ำท่วมได้บางพื้นที่ จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนวางแผนในการเดินทาง เพราะคาดว่าเย็นนี้จะมีฝนตกเพิ่มเติมซึ่งกรุงเทพมหานครได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วย เช่น เทศกิจ หากจุดไหนที่เคยมีปัญหาเรื่องคนกลับบ้านก็จะให้มีการนำรถไปคอยบริการให้กับประชาชน เช่นอ่อนนุช- อุดมสุข , ดูรถดับกลางถนน , พนักงานกวาดต้องออกมาทั้งหมดดูแลขยะหน้าท่อต่าง ๆ ซึ่งได้สั่งการแล้วให้ออกมาทั้งหมดจนถึงวันที่ 27 ก.ย.
ส่วนสถานการณ์น้ำทะเลหนุนและน้ำเหนือ นายชัชชาติระบุว่า ไม่น่าเป็นห่วง เพราะน้ำสูงสุดในขณะนี้อยู่ที่ 80 เซนติเมตรขณะที่แนวกันน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครอยู่ที่ 3 เมตร ดังนั้นแม้จะปล่อยน้ำเหนือลงมาก็ยังถือว่าไม่อยู่ในขั้นวิกฤต ถึงแม้จะปล่อยมาที่ 2000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแต่อาจจะมีผลอยู่ในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ที่ประชาชนอยู่นอกคันกั้นน้ำ
แต่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 99 มีคันกั้นน้ำระดับ 3 เมตรดูแลอยู่ ดังนั้น น้ำเหนือจึงไม่มีปัญหาอะไร และน้ำเหนือกับน้ำฝนมีการบริหารที่แยกจากกัน โดยน้ำเหนือดูดออก น้ำฝนใช้คันกั้นน้ำ ดังนั้นอาจจะมีพื้นที่วัดเทวราชกุญชร ชุมชนโรงสี จะมีน้ำท่วมปกติเพราะอยู่นอกคันกั้นน้ำอยู่แล้ว
ช่วงบ่ายวันนี้ เวลา 14.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. เตรียมลงพื้นที่เกาะติดการจัดการน้ำ และติดตามความคืบหน้าการเฝ้าระวังท่วมของ กทม. หลายจุด เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำ อาทิ ถนนรามคำแหง บริเวณแยกมิสทีน, ซอยรามคำแหง 118, ซอยรามคำแหง 114 และพื้นที่กรุงเทพกรีฑา จุดเริ่มโครงการหน้าสนามกอล์ฟ, จุดเชื่อมต่อท่อระบายน้ำพื้นที่ต่ำ ซอยกรุงเทพกรีฑา 17