กรมชลฯ ตรึงระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 1,950 ลบ.ม./วินาที

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมชลฯ ตรึงระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 1,950 ลบ.ม./วินาที ระบุแม้ฝนเริ่มลด แต่น้ำพื้นที่ข้างเคียงยังไหลลงลำน้ำต่อเนื่อง

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้ฝนเริ่มลดลง แต่ฝนสะสมก่อนหน้านี้ยังทยอยกลายเป็นน้ำท่าไหลลงสู่ลำน้ำ ประกอบกับน้ำจากพื้นที่ข้างเคียง โดยเฉพาะแม่น้ำสะแกกรัง ยังไหลลงสมทบ จึงต้องบริหารน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อไม่ให้เพิ่มการระบายลงสู่พื้นที่ตอนล่างเร็วเกินไป

เวลา 06.00 น. วันนี้ ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 1,846 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจากเมื่อวานที่ 1,827 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ผู้สื่อข่าว
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน

ขณะที่มีน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงไหลลงสมทบอีก 655 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจึงพยายามตรึงการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไว้ที่ 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีให้นานที่สุด โดยทดน้ำเหนือเขื่อนไว้ภายใต้ระดับควบคุม +17.50 เมตร รทก. โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนล่าสุดอยู่ที่ +17.03 เมตร รทก.

การทดน้ำเหนือเขื่อนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น ส่งผลต่อพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำเหนือเขื่อนใน จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท กรมชลประทานจึงประสานจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังระดับน้ำ ยกสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมเสริมกระสอบทรายในจุดเสี่ยงและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ กรมชลประทานรับน้ำออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ระบบชลประทานฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก รวม 531.67 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำในลำน้ำหลัก โดยต้องบริหารไม่ให้กระทบพื้นที่การเกษตรที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว

นอกจากนี้ ยังทยอยผันน้ำเข้าทุ่งลุ่มต่ำเพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ ปัจจุบันรับน้ำเข้าทุ่ง 5 แห่ง ได้แก่ ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ ทุ่งบางบาล ทุ่งบางกุ้ง และทุ่งเชียงราก มีปริมาณน้ำสะสม 187 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 20% ของความจุ และจะทยอยรับน้ำเข้าทุ่งตามแผนและความพร้อมของพื้นที่

ส่วนกรอบการระบาย 2,000-2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่กรมชลประทานเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาเมื่อวานนี้ เป็นกรอบรองรับกรณีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น แต่จากสถานการณ์ล่าสุด กรมชลประทานยังคงเป้าหมายตรึงการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีให้นานที่สุด และติดตามปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาอย่างใกล้ชิด

ด้านลุ่มน้ำป่าสัก กรมชลประทานใช้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ช่วยหน่วงน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำจากลุ่มป่าสักที่จะไหลลงมาสมทบแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แม้ปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นเป็น 89.48% ของความจุเก็บกัก และมีน้ำไหลเข้าอ่างวันละ 59.14 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังระบายเพียงวันละ 2.16 ล้านลูกบาศก์เมตร

ขณะเดียวกัน บริหารการระบายน้ำผ่านเขื่อนพระราม 6 ลงแม่น้ำป่าสักประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และลดน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์เหลือประมาณ 100-120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบจากฝนตกสะสมก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้มีน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสักเพิ่มขึ้น และเกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งและท่วมขังบริเวณข้างคลองในพื้นที่ลพบุรีและสระบุรี

ขณะที่ปลายทางของลุ่มเจ้าพระยา กรมชลประทานเร่งพร่องและระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย ผ่านสถานีสูบน้ำตามแนวคลองชายทะเลและสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ รวมถึงประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยบริหารการเปิด-ปิดประตูให้สัมพันธ์กับระดับน้ำทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่อ่าวไทย ลดปริมาณน้ำในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ