กรมชลประทาน แจ้งสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา วันที่ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยเวลา 06.00 น. สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,610 ลบ.ม./วินาที มีแนวโน้มลดลง ขณะที่สถานี Ct 19 แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ปริมาณน้ำไหลผ่าน 570 ลบ.ม./วินาที มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ส่วนสถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,300 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขือน + 17.79 ม.รทก. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้กรมชลประทาน จึงขอแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จากอัตรา 2,300 ลบ.ม./วิ เป็นอัตรา 2,400 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 13.00 น. (ทยอยปรับเพิ่มชั่วโมงละ 20 ลบ.ม./วินาที โดยประมาณ) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง
หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
นอกจากนั้น กรมชลประทาน ยังอัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสัก วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น.โดยสถานการณ์เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ปริมาณน้ำเก็บกัก 951 ล้าน ลบ.ม. (109%) ระบายน้ำ 229 ลบ.ม./วินาที ขณะที่เขื่อนพระราม6 จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณน้ำไหลผ่าน 531 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักท้ายเขื่อนพระราม 6 เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00–1.20 เมตร
อย่างไรก็ตามพื้นที่เฝ้าระวัง บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ตำบลท่าเรือ ท่าหลวง จำปา ท่าเจ้าสนุก ศาลาลอย วังแดง โพธิ์เอน และปากท่า