จากกรณีมีเอกสารจาก กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่า กระทรวงแรงงานแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เตรียมจัดส่งเจ้าหน้าที่ จำนวน 31 ราย เดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล หรือ CI
ตามเอกสารระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้ง 31 ราย จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ CI รวม 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และชลบุรี
โดยมีกำหนดเดินทางเข้าประเทศไทยวันที่ 8 ตุลาคมนี้ และกำหนดเปิดดำเนินการศูนย์ CI วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ในเอกสารยัง ระบุว่า ฝ่ายเมียนมา ได้ขอความอนุเคราะห์ฝ่ายไทย อำนวยความสะดวกในการพิจารณาการตรวจลงตรา หรือ วีซ่า แก่เจ้าหน้าที่ทั้ง 31 ราย เมื่อยื่นคำร้องที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง เพื่อให้สามารถเดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกำหนด
พร้อมขอให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พิจารณาอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ทางการเมียนมาทั้ง 31 ราย ตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ด้านคุณนิลุบล พงษ์พยอม ตัวแทนผู้ประกอบการกลุ่มนายจ้างสีขาว ให้ข้อมูลกับพีพีทีวี โดยอธิบายว่าจริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ศูนย์ CI ซึ่งมีหน้าที่ในการออกหนังสือรับรองบุคคล เป็นเอกสารพิสูจน์สัญชาติ และใช้แทนหนังสือเดินทางชั่วคราว ที่รัฐบาลเมียนมา ออกให้แก่แรงงานสัญชาติเมียนมาที่ทำงานอยู่ในไทย เพื่อให้สามารถขอวีซ่าและต่อใบอนุญาตทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ศูนย์ CI นี้ แต่เดิม มีปัญหาเรื่องของการคอร์รัปชัน เรียกรับผลประโยชน์มานานมาก โดยมีกลุ่มนายหน้าทั้งชาวเมียนมาและไทย เรียกรับสินบนจากแรงงานและผู้ประกอบการที่ไปยื่นขอเอกสารที่หน้าศูนย์แลกกับ “คิวผี” สูงสุดราวๆ 3,800 บาท ต่อแรงงาน 1 คน เมื่อร้องเรียนไปที่กรมการจัดหางานกลับได้รับคำตอบว่าเป็นเรื่องของทางการเมียนมา และไม่ดำเนินการอะไร
ขณะที่ล่าสุดการปล่อยให้มีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงานเมียนมาเข้ามาเพิ่มที่ศูนย์ดังกล่าวอีก มองว่า นอกจากไม่แก้ปัญหาการทุจริตเดิมๆ ยังไม่ต่างจากการปล่อยให้รัฐบาลเมียนมาเข้ามาขี่คอ ทั้งการได้ประโยชน์จากการเข้ามาเรียกจัดเก็บเงินภาษีจากแรงงานเมียนมาในไทย
รวมไปถึงเชื่อมโยงไปถึง ความพยายามในการรวมศูนย์อำนาจของรัฐบาลมิน อ่อง หล่าย ที่ต้องการกำจัดกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในเมียนมา และคัดกรองบุคคลที่ต่อต้านรัฐบาล แต่ขยายวงมาใช้พื้นที่ของประเทศไทย
โดยเมื่อมองในภาพใหญ่ ตัวแทนผู้ประกอบการกลุ่มนายจ้างสีขาว ระบุว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการไทยที่เผชิญกับปัญหาวิกฤตแรงงานอยู่แล้วด้วย ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ไล่มาจนถึงสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา ครั้งนี้เป็นคิวของแรงงานเมียนมา ซึ่งดูเหมือนกำลังถูกรัฐบาลเมียนมาบีบให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และที่สำคัญส่วนหนึ่งต้องกลับไปยืนยันตัวตน ทำเอกสารหนังสือเดินทางที่เมียนมาซึ่งไม่สามารถรับรองได้ว่าจะกลับมาทำงานได้เท่าไร โดยส่วนแรงงานที่ไม่กลับก็จะกลายเป็นแรงงานผิดกฏหมายในประเทศไทย
ขณะที่รัฐบาลก็ไม่มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ อย่างก่อนหน้านี้ที่มีปัญหาแรงงานกัมพูชากลับประเทศ แล้วอ้างว่าจะมีแรงงานศรีลังกาเข้ามาทดแทน จนถึงตอนนี้ยังไม่ชัดเจน
ส่วนการทำ MOU ระหว่างไทยเมียนมา ล่าสุด เกี่ยวกับเรื่องของแรงงานมองว่าไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศไทยเลย มีเพียงเงื่อนไขเกี่ยวกับข้อปฏิบัติของแรงงานและนายจ้าง แตกต่างกับฉบับเก่าแค่รายละเอียดของแรงงานภาคการเกษตร แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่มีอยู่
จากกรณี้นี้ ทีมข่าว PPTV โทรศัพท์สอบถามไปที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียดของหนังสือดังกล่าว แต่ระบุว่า ศูนย์ CI เป็นศูนย์ที่ทางการเมียนมาดำเนินการในประเทศไทย เพื่อดูแล ตรวจสอบ และจัดทำเอกสารรับรองบุคคลให้แก่แรงงานสัญชาติเมียนมา โดยเจ้าหน้าที่จากทางการเมียนมาเข้ามาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและจัดทำเอกสารของแรงงานเมียนมาอยู่แล้ว ร่วมกับหน่วยงานไทย ซึ่งสำหรับเจ้าหน้าที่เมียนมา 31 คนที่จะเข้ามาทำงานเพิ่มเติม ก็จะเข้ามาในศูนย์ดังกล่าว
ขณะที่นายสหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.แรงงาน วันนี้ได้พูดถึงศูนย์ CI เช่นกัน โดยบอกว่า ประเทศไทยควรมาคุยกันใหม่ สำหรับศูนย์ CI นี้ เพราะว่า เป็นมาตรการของประเทศเมียนมาที่หาวิธีในการเก็บเงินคนเมียนมาที่มาทำงานในประเทศไทย ซึ่งคนเมียนมาที่ทำงานในไทย ต้องจ่ายภาษีให้กับประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศเมียนมาหรือไม่ ขณะเดียวกัน ก็เกี่ยวพันกับเรื่องพื้นที่อธิปไตยของไทย
นายสหัสวัต ยังพูดถึงปัญหาแรงงานข้ามชาติในไทย ระบบขึ้นทะเบียนทำให้มีแรงงานหลุดระบบ และ ผิดกฎหมาย ซึ่งก็เกิดจาก ศูนย์ CI ที่รัฐบาลทหารเมียนมาเข้ามาแทรกแซง ตนจึงมองว่า รัฐบาลไทย ควรพิจารณามาตรการกับรัฐบาลเมียนมาใหม่ ซึ่งก็ต้องเริ่มจากคำถามที่ว่า รัฐบาลทหารเมียนมา มีความชอบธรรมหรือไม่ ในการเข้ามาพิสูจน์สัญชาติคนเมียนมาในไทย และที่ผ่านมา ไทยก็สามารถพิสูจน์สัญชาติฝ่ายเดียวได้