นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้
นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้เรามาปฏิบัติภารกิจในการรับเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่จังหวัดปัตตานี
จึงใช้โอกาสนี้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เพราะจากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแสดงให้เห็นว่า ตอนนี้หลายจังหวัดยังมีความเสี่ยงประสบอุทกภัยจากปริมาณน้ำฝนที่จะตกชุกครอบคลุมแทบทุกจังหวัดในภาคใต้ โดยเริ่มตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีถึงประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่ในห้วงเวลานี้จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2569
จึงต้องมีการประชุมซักซ้อมความพร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยขอย้ำว่าไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วพวกเราจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร เพราะดูแล้ว ยังไม่มีวี่แววจะลดลง การเตรียมพร้อมคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ในวันนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความพร้อมในการดูแลประชาชนด้วยการคาดการณ์สถานการณ์ได้ล่วงหน้า และมีการเตรียมการศูนย์พักพิงเพื่ออพยพผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ โดยจำแนกตามอาการป่วยไปยังสถานพยาบาลต่าง ๆ เพื่อให้เขาปลอดภัย
หลักการคือ ต้องไม่มีพื้นที่ไหนที่ถูกละเลย การสื่อสารกับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยการสื่อสารที่ทั่วถึง เข้าใจง่าย ใช้ถ้อยคำภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจทันที เป็นภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ ไม่ต้องอธิบายทางเทคนิคหรือเหตุผลอะไรที่ไม่จำเป็น ต้องย้ายออกเมื่อไหร่ กลับเข้ามาได้ตอนไหน ทำอะไรบ้าง ให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ได้
และในการบริหารจัดการน้ำ ต้องสื่อสารกันระหว่างรอยต่อพื้นที่ต่อพื้นที่ด้วย เพื่อให้พื้นที่ที่รับน้ำต่อเตรียมความพร้อมในการแจ้งเตือนและการดูแลประชาชน ซึ่งจะลดความรุนแรงในพื้นที่ต่าง ๆ และลดความขัดแย้งในพื้นที่ได้ โดยสิ่งที่เราต้องเน้นย้ำก็คือ การเข้าไปช่วยให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิต และได้รับการดูแลให้อยู่ในที่ปลอดภัย มีปัจจัย 4 ครบถ้วน ไม่ขาดตกบกพร่อง
หากเกิดสถานการณ์ จุดวิกฤติที่สุดก็คือ เมื่อปริมาณน้ำมาถึง การเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางต้องดำเนินการอย่างทันท่วงที รวมถึงการดูแลห่วงโซ่อาหาร ทั้งวัตถุดิบ อาหารสด เนื้อ ผัก ไข่ น้ำมันพืช แก๊ส เครื่องปรุง ต้องมีการประสานผู้ประกอบการอาหาร ผู้ประกอบการขนส่ง ทั้งอาหาร อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ปั๊มน้ำ เครื่องสูบน้ำ เรือยนต์ หรือยานพาหนะต่าง ๆ ไว้เป็นการล่วงหน้า
ต้องใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในการบริหารจัดการ รวมถึงอนุมัติใช้เงินทดรองราชการโดยใช้ดุลพินิจ เบิกจ่ายด้วยความถูกต้องและโปร่งใส ทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ โดยไม่ต้องรอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างเดียว เพราะอาจจะต้องใช้เวลาในการเดินทางของเครื่องจักรกล ซึ่งไม่ทันต่อสถานการณ์ และถ้าสามารถเตรียมพร้อมลักษณะนี้ได้ การดูแลพี่น้องประชาชนก็จะทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ อยู่ภายใต้การควบคุม
ในเรื่องศูนย์พักพิง ต้องมีมาตรฐาน สามารถระบายอากาศได้ดี มีห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ โดยบูรณาการร่วมมือกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ องค์กรภาคเอกชนต่าง ๆ ระดมสรรพกำลังให้พร้อมเวลามีภัยต่าง ๆ และสามารถใช้เงินทดรองราชการในการจ้างทำความสะอาดห้องน้ำห้องท่าให้ถูกสุขลักษณะสาธารณสุขด้วย
และในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ต้องเตรียมความพร้อมแยกคนป่วยตามประเภทไปยังสถานพยาบาล และต้องมีแผนการส่งต่อด้วย เพราะหากสถานพยาบาลได้รับผลกระทบ ก็จะต้องมีเครือข่ายในการส่งต่อผู้ป่วย รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมอบหมายหน่วยงานในพื้นที่นำกำลังบุคลากรและนักศึกษาวิชาชีพช่างและคหกรรมไปร่วมสนับสนุนศูนย์พักพิง รวมถึงการซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าของประชาชน
ในช่วงท้ายของการประชุม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการ 7 แนวทางเตรียมความพร้อมบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่
- ติดตามและประเมินสถานการณ์ กำหนดพื้นที่เสี่ยง จุดเฝ้าระวัง ทบทวนข้อมูลพื้นที่ที่เคยประสบภัย พื้นที่ลุ่มต่ำ จุดระบายน้ำสำคัญ เส้นทางคมนาคม และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ
- ตรวจสอบและปรับปรุงระบบการระบายน้ำ อาทิ คู คลอง ประตูระบายน้ำ สิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมแก้ไขจุดเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ
- เตรียมพร้อมด้านกำลังพลและทรัพยากร รวมถึงแผนสนับสนุน ต้องมีการจัดทำและบูรณาการทรัพยากรระหว่างพื้นที่ โดยแต่ละจังหวัดจะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้ความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อนหรือส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่น และสามารถบูรณาการความช่วยเหลือระหว่างพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การอพยพและการแจ้งเตือนประชาชน ให้ทบทวนจุดอพยพ ศูนย์พักพิงชั่วคราว เส้นทางอพยพ การดูแลกลุ่มเปราะบาง และช่องทางการสื่อสารแจ้งเตือน โดยให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- กำกับติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน การเตรียมความพร้อม ปัญหาอุปสรรค และความต้องการรับการสนับสนุนมายังกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
- ประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งเหตุฉุกเฉินและช่องทางติดต่อหน่วยงานภาครัฐให้ชัดเจน
- จัดตั้ง "ศูนย์เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ของแต่ละหน่วยงานตามภารกิจและความรับผิดชอบ" เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงาน การประสานงาน และการสนับสนุนทรัพยากรให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ
นายกฯ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดต้องใช้ช่องทางสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย และหน่วยประชาสัมพันธ์ภายในจังหวัด ดำเนินการกระจายข้อมูลข่าวสารออกไปทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นช่องทางของจังหวัดหรือโซเชียลมีเดีย แม้กระทั่งเป็นช่องทางส่วนตัวของผู้ว่าฯ ช่องทางของจังหวัดเอง ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ตามที่รัฐบาลได้ประกาศตลอดเวลาว่า ขอให้ยึดถือข้อมูลที่ทางราชการแจ้งประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนออกไปเป็นหลัก
ในที่ประชุม นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประชาสัมพันธ์กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ที่เริ่มมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นมา ซึ่งครอบคลุมภัยจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ประชาชน 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
พร้อมทั้งกำชับว่า หากเกิดภัยจะต้องมีการประกาศพื้นที่ประสบภัย และแจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเร่งสำรวจและยืนยันข้อมูลในการเบิกจ่ายประกันภัยตามกรมธรรม์ ครัวเรือนละ 10,000 บาทในเบื้องต้น และค่าซ่อมแซมบ้านเรือนตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท กรณีเสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท