วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลายหน่วยงานพร้อมจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกันลงพื้นที่เก็บซากปลาตายลอยเหนือผิวน้ำ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า เดิมทีตรงประตูระบายน้ำวัดแสงสรรค์ ได้ตั้งเป็นศูนย์บริหารจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่พอระดับน้ำในคลองเริ่มลดลง ทำให้น้ำที่ท่วมขังภายในบ้านเรือนประชาชนที่มีลักษณะเป็นน้ำเน่าเสียไหลส่งคลอง
ประกอบกับการเร่งสูบน้ำจากคลองระพีพัฒน์ ทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำเหลือน้อย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ปลาตาย
ตอนนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเก็บปลาตายให้หมด ก่อนที่จะรับน้ำสะอาดจากคลองระพีพัฒน์ แล้วระบายสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ เพราะถ้าปล่อยให้น้ำจากคลอง 2 ไหลไปคลองรังสิตประยูรศักดิ์ในสภาพแบบนี้ ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในวงกว้างมากกว่านี้
ด้าน ดร.วิมลชญาน์ สถิตสุนทรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อม และควบคุมมลพิษที่ 6 กรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ด้วยความที่ระดับน้ำในคลอง 2 ลดน้อยลง จึงทำให้น้ำที่เน่าเสียจากบ้านเรือนประชาชนไหลสู่คลองทำให้ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำค่อนข้างต่ำ ไม่เพียงพอต่อการหายใจของปลา จึงเป็นสาเหตุให้ปลาตายลอยเหนือผิวน้ำ
ซึ่งวันนี้กรมควบคุมมลพิษแต่เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจหาสารปนเปื้อน ส่วนทางด้านกรมประมงจะเก็บตัวอย่างปลาที่ตายไปตรวจเช่นเดียวกัน โดยระหว่างนี้ถ้าประชาสัมพันธ์ขอให้ชาวบ้านงดสัมผัสน้ำ และห้ามนำปลาที่ตายไปปรุงอาหารหรือรับประทาน
ขณะที่นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง บอกว่า วันนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเก็บกู้ซากปลาตายให้แล้วเสร็จ คาดว่าจะเสร็จสิ้นในวันนี้ โดยจะนำไปทิ้งฝังกลบที่บ่อเก็บขยะหลังกองช่าง พร้อมกับสลับโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อ
นายยุทธศักดิ์ ยืนยันว่าสถานที่ดังกล่าวสามารถรองรับได้เพียงพอ ส่วนแนวทางบำบัดน้ำในคลองขั้นเบื้อนต้น ตอนนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ที่วัดกล้าชอุ่ม เพื่อให้น้ำได้มีการหมุนวน เพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ ระหว่างรอกรมชลประทานปล่อยน้ำดีลงมา
ขณะที่กรมประมง เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบสาเหตุประชาชนพบปลาตายเป็นจำนวนมากบริเวณ พื้นที่คลองส่งน้ำที่ 2 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ว่า สำนักงานประมงจังหวัดปทุมธานี ได้ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดปทุมธานี กรมควบคุมมลพิษ กรมชลประทาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
พบซากสัตว์น้ำส่วนใหญ่เป็นปลานิล ลอยตายจากสภาวะอุทกภัยและน้ำหลากที่ชะล้างสารอินทรีย์และของเสียสะสมลงสู่ลำคลอง ส่งผลให้คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ค่าออกซิเจนในน้ำ (DO) ลดลงอย่างรวดเร็ว ค่า pH และอุณหภูมิผันผวน จนสัตว์น้ำเกิดภาวะช็อกค่าน้ำ (น็อคน้ำ) และขาดออกซิเจนตาย
ในการเร่งแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ สำนักงานประมงจังหวัดได้ร่วมกับเทศบาลเมืองคลองหลวง องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ และเทศบาลเมืองท่าโขลง ส่งเจ้าหน้าที่และรถดูดเลนเข้าเก็บกู้ซากปลาเน่าเสียไปกำจัดแล้วรวมกว่า 22,000 กิโลกรัม
พร้อมวางอวนกั้นบริเวณหน้าวัดกล้าชอุ่ม เพื่อป้องกันซากปลากระจายตัว ขณะเดียวกัน องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ และเทศบาลเมืองคลองหลวง เร่งจัดหาเครื่องตีน้ำเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มออกซิเจนในแหล่งน้ำ
ด้านกรมชลประทานได้เปิดประตูระบายน้ำบริเวณปากคลอง 2 เพิ่มขึ้นรวม 30 เซนติเมตร เพื่อช่วยเร่งการหมุนเวียนและผลักดันน้ำเสีย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดปทุมธานี ได้เก็บตัวอย่างปลาเพื่อนำส่งตรวจห้องปฏิบัติการ และกรมควบคุมมลพิษร่วมเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์หาสารโลหะหนักและสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำ
ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดปทุมธานีได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังและตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ