บรรยากาศที่สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ตลอดทั้งวันมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเดินทางมาต่อแถวรอคิว เพื่อยื่นเอกสารลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่จัดพื้นที่บริเวณโถงชั้น 1 เป็นจุดรับลงทะเบียน ตรวจสอบเอกสาร และบันทึกข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์จำนวน 24 เครื่อง พร้อมจัดจุดคัดกรองและระบบบริหารจัดการคิว เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเขตสายไหมเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพมหานคร และมีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้เดินทางมายื่นขอรับเงินเยียวยาอย่างหนาแน่น โดยจากการสอบถามประชาชนพบว่า บางรายเดินทางมารอรับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 23.00 น. ของคืนก่อนหน้า เพื่อให้ได้คิวลำดับต้น ๆ
ประชาชนรายหนึ่งเปิดเผยกับทีมข่าวว่า เดินทางมารับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 05.00 น. แต่ได้รับคิวลำดับที่ 700 กว่า และจนถึงช่วงบ่ายก็ยังไม่ได้ยื่นเอกสาร โดยเจ้าหน้าที่แนะนำให้กลับบ้านไปก่อน แล้วค่อยเดินทางกลับมาตามคิวอีกครั้งในช่วงบ่าย
สำหรับความเสียหายจากน้ำท่วม บ้านพักของตนถูกน้ำท่วมล้อมรอบนานกว่า 7 วัน แม้ทรัพย์สินภายในบ้านจะได้รับความเสียหายไม่มาก แต่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างหนัก ทั้งการเดินทางออกไปซื้อสิ่งของจำเป็นและการใช้ห้องน้ำ เนื่องจากไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
ชาวบ้านสะท้อนปัญหาแอปฯ ทางรัฐ แนบเอกสารไม่ได้ ต้องมาสำนักงานเขตซ้ำ
ประชาชนรายดังกล่าวยังสะท้อนปัญหาการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาว่า แม้จะลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐไปแล้ว แต่กลับมีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่า หากต้องการได้รับเงินเยียวยาเร็วขึ้น จำเป็นต้องเดินทางมาลงทะเบียนที่สำนักงานเขตอีกครั้ง ทำให้ประชาชนจำนวนมากเดินทางมายื่นเรื่องด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ยังพบว่าแอปพลิเคชันทางรัฐไม่สามารถแนบไฟล์เอกสารและรูปภาพประกอบการขอรับเงินเยียวยาได้ ส่งผลให้ประชาชนต้องเดินทางมายื่นเอกสารเพิ่มเติมที่สำนักงานเขต
ขณะเดียวกัน การประชาสัมพันธ์เงื่อนไขการรับสิทธิ์ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์ ทำให้บางครอบครัวลงทะเบียนพร้อมกันหลายคน จนเกิดปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน
จึงอยากเสนอให้ภาครัฐปรับปรุงระบบแอปพลิเคชันให้สามารถแนบเอกสารและรูปภาพ รวมถึงดำเนินการทุกขั้นตอนให้เสร็จสิ้นผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อลดภาระของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกใช้สมาร์ตโฟน ไม่สามารถถ่ายภาพเอกสาร หรือไม่มีเครื่องพิมพ์ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประชาชนรายนี้ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตให้คำแนะนำและอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ไม่พบปัญหาในการให้บริการ แต่ปัญหาหลักเกิดจากจำนวนประชาชนที่เดินทางมาลงทะเบียนพร้อมกันเป็นจำนวนมาก
ชาวบ้านเผยน้ำท่วมบ้านนานกว่า 7 วัน ต้องย้ายไปนอนที่อื่น
ขณะที่ประชาชนอีกรายเปิดเผยว่า บ้านพักถูกน้ำท่วมเข้าถึงตัวบ้านนานกว่า 7 วัน จนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ตามปกติ ต้องย้ายไปพักอาศัยที่อื่นชั่วคราว โดยทราบว่าตนเองเข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา แต่ยังไม่ทราบจำนวนเงินที่จะได้รับ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเอกสารและภาพถ่ายความเสียหายอย่างละเอียด
ส่วนการรับบัตรคิว ประชาชนรายนี้เล่าว่า เดินทางมารับคิวตั้งแต่เวลา 05.00 น. ได้รับบัตรคิวหมายเลข 1,088 ก่อนกลับไปขายของและเดินทางมาอีกครั้งในช่วงบ่าย พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตที่ให้บริการและอธิบายรายละเอียดอย่างเต็มที่ แม้ขั้นตอนการยื่นเอกสารจะค่อนข้างยุ่งยากสำหรับประชาชนบางส่วน
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวการนำบัตรคิวมาขายต่อ ประชาชนรายนี้มองว่า หากผู้ซื้อไม่มีเวลามาต่อคิวด้วยตนเองเนื่องจากติดภารกิจ และเต็มใจจ่ายเงินซื้อคิว ก็เป็นเรื่องที่แต่ละบุคคลต้องพิจารณา แต่หากมีการนำบัตรคิวมายืนขายกันบริเวณหน้าสำนักงานเขตโดยตรง ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
ผอ.เขตสายไหม เผยยอดยื่นขอเยียวยากว่า 86,000 คน วอล์กอินวันละ 1,500 คน
ด้าน นายชัยวัฒน์ รังษีภโนดร ผู้อำนวยการเขตสายไหม เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้วประมาณ 86,000 คน โดยมีประชาชนเดินทางมาติดต่อที่สำนักงานเขตเฉลี่ยวันละ 1,300–1,500 คน
ในจำนวนนี้ บางส่วนเป็นผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐแล้ว แต่ประสบปัญหาขัดข้องในระบบ หรือต้องนำเอกสารเพิ่มเติมมายื่น เช่น กรณีบ้านเช่าหรือบ้านไม่มีเลขที่ ขณะที่บางส่วนเดินทางมาสอบถามข้อมูลหรือแก้ไขปัญหาการลงทะเบียน ก่อนเดินทางกลับ
สำหรับขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยา สำนักงานเขตมีหน้าที่ตรวจสอบและคัดกรองเอกสารเป็นด่านแรก ก่อนเสนออนุมัติและส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการตามระบบ โดยคาดว่าหลังผ่านขั้นตอนดังกล่าว ประชาชนจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีภายในประมาณ 2–3 วัน
นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้า เจ้าหน้าที่จะเริ่มลงพื้นที่สำรวจบ้านเรือนของประชาชนที่ลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านกับกรุงเทพมหานคร เพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมตามสภาพจริง โดยพิจารณาจากความเสียหายและราคากลางที่กรุงเทพมหานครกำหนด
เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ต้องระดมข้าราชการครูช่วยคีย์ข้อมูล
นายชัยวัฒน์ ระบุอีกว่า ปัญหาสำคัญขณะนี้คือจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชนจำนวนมาก ทำให้สำนักงานเขตต้องขอกำลังสนับสนุนจากข้าราชการครูมาช่วยบันทึกข้อมูลและตรวจสอบเอกสาร เพื่อเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน ยังพบปัญหาการดำเนินงานซ้ำซ้อน เนื่องจากประชาชนบางส่วนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐแล้ว แต่ยังต้องเดินทางมาที่สำนักงานเขตเพื่อยื่นเอกสารเพิ่มเติม
จึงเห็นว่าควรพัฒนาระบบแอปพลิเคชันทางรัฐให้สามารถแนบไฟล์รูปภาพและเอกสารประกอบการลงทะเบียนได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรก เพื่อช่วยลดจำนวนประชาชนที่ต้องเดินทางมาติดต่อสำนักงานเขต ลดความแออัด และแบ่งเบาภาระงานของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการประชาชน