กัมพูชาและตุรกีลงนามข้อตกลงกรอบความร่วมมือทางทหาร ระหว่างการเยือนตุรกีของ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อวางรากฐานการทำงานร่วมกันระหว่างกองทัพ และขยายความร่วมมือด้านการเมือง กลาโหม และความมั่นคง
ภายหลังหารือกับนายเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี ที่พระราชวังโดลมาบาห์เช ในเมืองอิสตันบูล นายฮุน มาเนต ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยผลักดันความร่วมมือระหว่างกองทัพให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ด้านนายแอร์โดอัน กล่าวว่า ตุรกีมองกัมพูชาเป็นหุ้นส่วนสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมยินดีที่กัมพูชาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของตุรกี และหวังขยายความร่วมมือในด้านนี้ รวมถึงส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและให้ความช่วยเหลือกัมพูชาต่อไป
ส่วนข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา ผู้นำตุรกีแสดงความหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะหาทางออกผ่านการเจรจาอย่างสันติ บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ
ส่วนด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองประเทศตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีเป็น 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายเคยตกลงกันไว้เมื่อปี 2561 โดยในปี 2568 มูลค่าการค้าอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน
ขณะที่พี่เล็ก วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโส สายทหาร ได้โพสต์ภาพ ฮุน มาเนต ให้ความสนใจ ดูชิ้นส่วนอาวุธชนิดต่างๆ ห้อมล้อมไปด้วยบริษัทผลิตอาวุธ พร้อมข้อความ ตังค์เยอะ! ‘ฮุนมาเนต‘ในวงล้อมดีลเลอร์ เดินชม-ช็อป อาวุธ หลังลงนาม MilitaryFramework-Defense กับ ตุรกี
ด้าน ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เดือด เปรียบเปรยว่า “สุนัขได้นั่งรถ” โดยเล่าถึงประสบการณ์สมัยเด็กที่จับสุนัขซึ่งวิ่งตามรถขึ้นไปนั่งด้วย แต่เมื่อขึ้นไปแล้วกลับแสดงท่าทีหยิ่งผยอง พร้อมระบุว่า มักใช้คำเปรียบเปรยนี้กับคนที่มีพฤติกรรมโอ้อวด
ฮุน เซน เชื่อมโยงเรื่องดังกล่าวกับเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อน โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชาอาจรู้สึกเบื่อหน่ายกับบุคคลที่เขาเรียกว่า "ขี้คุก" ซึ่งเคยติดคุก หลังบุคคลดังกล่าว กล่าวหารัฐบาลกัมพูชาว่าตัดพื้นที่บริเวณหลักเขตแดนหมายเลข 52 ถึง 59 ให้ไทย
ฮุน เซน ระบุว่า หลังนายกรัฐมนตรีเอ่ยถึงชื่อบุคคลดังกล่าว เจ้าตัวกลับยื่นขอพระราชทานอภัยโทษให้ตนเองและกลุ่มของตน พร้อมตั้งคำถามว่า การขออภัยโทษหมายถึงการยอมรับว่าตนมีความผิดหรือไม่
ทั้งนี้ ฮุน เซน ระบุด้วยว่า ใช้ถ้อยคำเสียดสีในลักษณะนี้กับบุคคลดังกล่าวเพียงคนเดียว เพราะเห็นว่ามีพฤติกรรมหยาบคายเกินไป โดยในโพสต์ ฮุน เซน ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร