เมื่อสิ้นสุดเทศกาลเข้าพรรษา อีกหนึ่งประเพณีสำคัญที่พุทธศาสนิกชนเตรียมร่วมกันสืบสานคือ “การทอดกฐิน” ซึ่งต่างจากการทำบุญทั่วไปตรงที่สามารถทำได้เฉพาะช่วงเวลาที่กำหนด และวัดหนึ่งสามารถรับกฐินได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น หลายคนจึงอาจสงสัยว่า ปี 2569 เริ่มทอดกฐินได้วันไหน และถ้าอยากเป็นเจ้าภาพต้องเตรียมอะไรบ้าง และที่สำคัญต้องมีเงินเท่าไรจึงจะสามารถเป็นเจ้าภาพกฐินได้
ทอดกฐิน 2569 เริ่มวันไหน ถึงวันไหน?
ตามหลักพระพุทธศาสนา “กฐิน” เป็นกาลทาน หรือทานที่สามารถถวายได้เฉพาะในช่วงเวลาหนึ่ง โดยกำหนดตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือวันลอยกระทง รวมระยะเวลาประมาณ 1 เดือน และวัดหนึ่งสามารถรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้ง
สำหรับปี 2569 วันออกพรรษาตรงกับวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 ดังนั้นช่วงกฐินกาลจึงเริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2569 หรือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 และสิ้นสุดในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งตรงกับวันลอยกระทง หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
หมายความว่า หากต้องการจัดพิธีทอดกฐินในปี 2569 จะต้องดำเนินการภายในช่วง 27 ตุลาคม–24 พฤศจิกายน 2569 หากพ้นจากช่วงนี้แล้วจะไม่เรียกว่า “กฐิน” ตามกาลเวลาที่กำหนด แต่เรายังสามารถถวายผ้าและสิ่งของแก่พระสงฆ์ในรูปแบบการทำบุญประเภทอื่นได้
อยากเป็น “เจ้าภาพกฐิน” ต้องทำอย่างไร?
สำหรับประชาชนทั่วไป การทอดกฐินตามวัดราษฎร์เรียกว่า “กฐินราษฎร์” โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถเป็นเจ้าภาพคนเดียว หรือรวมกันเป็นคณะในลักษณะ “กฐินสามัคคี” ก็ได้
คู่มือปฏิบัติศาสนพิธีของกรมการศาสนาระบุว่า หากต้องการนำผ้ากฐินไปทอดที่วัดใด ควรติดต่อจองกับเจ้าอาวาสหรือแจ้งพระสงฆ์ของวัดนั้นล่วงหน้า เพื่อให้ทางวัดทราบว่ามีผู้จองทอดกฐินในปีนั้นแล้ว เนื่องจากวัดหนึ่งรับกฐินได้เพียงครั้งเดียวต่อปี
ดังนั้น ก่อนเตรียมเงินหรือจัดหาเครื่องกฐิน สิ่งแรกที่ควรทำคือสอบถามวัดโดยตรงว่า ปีนั้นมีเจ้าภาพแล้วหรือยัง กำหนดทอดวันใด ตลอดจนสอบถามสิ่งที่วัดจำเป็นต้องใช้ เพื่อไม่ให้จัดเตรียมสิ่งของซ้ำซ้อนหรือเกินความจำเป็น
อะไรคือสิ่งสำคัญของ “กฐิน”?
สิ่งสำคัญที่สุดของการทอดกฐินไม่ใช่จำนวนเงิน แต่คือ “ผ้ากฐิน” ซึ่งเป็นองค์กฐิน กรมการศาสนาอธิบายว่า ผ้าที่ใช้สามารถเป็นผ้าใหม่ ผ้าเทียมใหม่ ผ้าเก่า หรือผ้าบังสุกุลก็ได้ แต่ต้องมีปริมาณเพียงพอสำหรับทำจีวรผืนใดผืนหนึ่ง ส่วนสิ่งของและเงินที่ถวายเพิ่มเติมจัดเป็น “บริวารกฐิน”
คู่มือศาสนพิธีของกรมการศาสนายังระบุแนวทางการเตรียม เช่น ผ้าไตรกฐิน 1 ไตร ไตรจีวรสำหรับคู่สวด เครื่องใช้ที่เหมาะแก่พระสงฆ์ จตุปัจจัยไทยธรรม ปัจจัยสำหรับก่อสร้างหรือบำรุงถาวรวัตถุ ตลอดจนดอกไม้ ธูป เทียน เป็นต้น โดยรายละเอียดสามารถปรับตามความเหมาะสมและประสานกับวัดที่จะไปทอดกฐินได้
เป็นเจ้าภาพกฐินต้องใช้เงินเท่าไหร่?
การเป็นเจ้าภาพกฐิน ไม่มีการกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำว่าต้องถวายกี่บาทจึงจะเป็นเจ้าภาพกฐินได้ โดยกระทรวงวัฒนธรรมระบุว่า สิ่งของอื่นนอกเหนือจากผ้าองค์กฐินถือเป็น “บริวารกฐิน” และบริวารกฐินจะมีมากหรือน้อยก็ได้ ไม่มีการกำหนด ขึ้นอยู่กับศรัทธาของผู้ถวาย ดังนั้นการเป็นเจ้าภาพไม่ได้หมายความว่าต้องมียอดเงินหลักหมื่น หลักแสน หรือหลักล้านบาท
เงินที่พบในงานกฐินจำนวนมากในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นเงินที่เจ้าภาพและผู้ร่วมบุญรวบรวมเป็นบริวารกฐิน เพื่อนำไปบำรุงวัด บูรณะศาสนสถาน หรือดำเนินกิจการของวัด ไม่ใช่ “ค่าธรรมเนียม” ที่ต้องจ่ายเพื่อให้สามารถทอดกฐินได้
หากจัดงานขนาดใหญ่ เจ้าภาพอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม เช่น ค่าอาหาร การเดินทาง เครื่องไทยธรรม การจัดสถานที่ หรือการสมโภชองค์กฐิน แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของแต่ละงาน ไม่ใช่จำนวนเงินที่พระวินัยหรือหน่วยงานรัฐกำหนดไว้
ในทางปฏิบัติ หากมีงบประมาณจำกัด สามารถพูดคุยกับทางวัดและจัดองค์กฐินตามกำลัง หรือร่วมกันหลายคนเป็นกฐินสามัคคีได้ โดยสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันกันทำยอดเงิน แต่อยู่ที่การถวายผ้ากฐินและการร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามกำลังศรัทธา
ไม่ได้เป็นเจ้าภาพ ก็ร่วมทำบุญกฐินได้
ผู้ที่ไม่ได้เป็นประธานหรือเจ้าภาพหลักก็สามารถร่วมบุญกฐินได้เช่นกัน ไม่ว่าจะร่วมถวายปัจจัย เครื่องไทยธรรม หรือสิ่งของที่เป็นประโยชน์ต่อวัด โดยไม่มีจำนวนเงินขั้นต่ำตามหลักกฐิน
หากต้องการให้การทำบุญสอดคล้องกับความต้องการจริง อาจสอบถามเจ้าภาพหรือวัดก่อนว่า ต้องการปัจจัยหรือสิ่งของประเภทใดเป็นพิเศษ เพราะแต่ละวัดอาจมีภารกิจแตกต่างกัน เช่น บูรณะอาคาร ชำระค่าสาธารณูปโภค สนับสนุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร หรือพัฒนาพื้นที่ภายในวัด
ทำบุญกฐินปี 2569 อยากใช้ลดหย่อนภาษี ต้องรู้เรื่อง e-Donation
อีกเรื่องที่ควรรู้สำหรับปี 2569 คือหลักเกณฑ์ทางภาษี โดยกรมสรรพากรประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป หากบริจาคให้วัดและประสงค์จะนำเงินบริจาคไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น สำหรับบุคคลธรรมดาต้องเป็นการบริจาคเงิน
กรมสรรพากรระบุด้วยว่า เงินทำบุญทอดกฐินที่บริจาคให้วัดซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมาย สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามหลักเกณฑ์ โดยเงินบริจาคทั่วไปหักได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคประเภทที่กฎหมายกำหนดแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ
ดังนั้น หากร่วมทอดกฐินและต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในปี 2569 ควรสอบถามวัดเรื่องการรับบริจาคผ่าน e-Donation ก่อนโอนเงิน
ที่มา: กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม / สำนักงานวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม / กรมสรรพากร