นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสการแนะนำให้ประชาชนในต่างประเทศสำรองอาหารอย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินว่า ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งพืช ผัก ผลไม้ ปศุสัตว์ และประมง สอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” จึงยังไม่มีเหตุให้กังวลถึงภาวะขาดแคลนอาหารภายในประเทศ และไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามกระแสในต่างประเทศ
นายวัชระพล กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาฐานการผลิตอาหารของประเทศ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีบทบาทสนับสนุนปัจจัยการผลิตและส่งเสริมศักยภาพเกษตรกร เพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ขณะเดียวกัน ไทยยังเป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของโลก ทั้งพืชผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ประมง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพในการผลิตอาหารอย่างเพียงพอ แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายให้เร่งขยายความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหารกับต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว ลดความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานอาหาร ควบคู่กับการเพิ่มโอกาสทางการค้าสินค้าเกษตร โดยมีแนวทางสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
- การสร้างเครือข่ายคู่ค้าที่เชื่อถือได้ เพื่อเสริมความมั่นคงทางการค้าและสร้างความต่อเนื่องในการจัดหาสินค้าเกษตรและอาหาร
- การกระจายแหล่งจัดหาสินค้าเกษตรและอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง
- การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การขนส่งและกระจายสินค้าเกษตรและอาหารดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านการผลิตอาหารเพื่อบริโภคภายในประเทศและการส่งออก ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเดินหน้าเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาศักยภาพการผลิตและรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์โลกที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรในอนาคต