ที่จังหวัดอุดรธานี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ กองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย "กระทรวงมหาดไทย PR" นำคณะสื่อมวลชนส่วนกลาง ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดอุดรธานี เนื่องในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรจังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 2 - 3 พ.ย. 2569
โดยนายอรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้นำนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำหนดเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5PLUS”
โดยหนึ่งในประเด็นนโยบายที่สำคัญ คือ "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และเศรษฐกิจชุมชน” ผ่านการพัฒนาสินค้า OTOP และสินค้าชุมชน เพื่อยกระดับรายได้ในชุมชน อีกทั้ง การประชุม ครม. ในครั้งนี้ มีการชู "วาระแห่งชาติด้านการเกษตร" เป็นนโยบายหลัก เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและความมั่นคงทางอาหาร พร้อมกับขับเคลื่อนมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ให้ประเทศไทนเป็นศูนย์กลางเกษตรมูลค่าสูง ให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพียงพอ มีเงินเก็บออม และไม่มีภาระหนี้สินครัวเรือน
ในโอกาสนี้ คณะฯ ได้ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญากลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี เพื่อเยี่ยมชมนวัตกรรมการนำดอกบัวแดงมาใช้ย้อมสีผ้า โดยมี นายเจษฎา หมั่นเรียน ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.เฉลิมชนม์ โกสุมภ์ศิริ พัฒนาการอำเภอเมืองอุดรธานี นายอภิชาติ พลบัวไข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 18 และประธานกลุ่มฯ ให้การต้อนรับ โดยคณะได้รับรับชมการฟ้อนรำบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าและงดงามของภาคอีสาน พร้อมเยี่ยมชมภูมิปัญญาท้องถิ่นมารังสรรค์ "ผ้าหมี่บิด" ย้อมสีจากครามธรรมชาติและดอกบัวแดง ประดับด้วยลายขิดสะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานี 2 ลาย ได้แก่ "ลายไหบ้านเชียง" และ "ลายดอกบัว" ซึ่งผ้าอันทรงคุณค่านี้ได้ถูกนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่ในการประชุม ครม.สัญจร ครั้งนี้ด้วย โดยลวดลายดอกบัวสื่อถึงความงามและความอุดมสมบูรณ์ของทะเลบัวแดง ที่เชื่อมโยงวิถีชุมชนสู่ความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน
จากนั้นเวลา 13.30 น. คณะฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรกรรมเชิงท่องเที่ยว "สวนตาลคู่" ตำบลหนองนาคำ โดย นายอำนาจ ผการัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้ริเริ่มปลูกอินทผลัมพันธุ์พื้นที่ 25 ไร่ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูปแบบครบวงจร เช่น การทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีพัฒนาไวน์อินทผลัมทางเลือกใหม่ ถือเป็นการสร้าง ‘ฟาร์มสุข’ ที่สนับสนุนให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองและมีรายได้เพิ่มขึ้นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
ก่อนปิดท้ายด้วยการลงพื้นที่ ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง "ไร่นำโชค" หรือ วิสาหกิจชุมชนไข่ผำนำโชคอุดรธานี โดยมี นายเสาร์ หาญฟ้าเลื่อน ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ ผู้ริเริ่มการเพาะเลี้ยง "ไข่ผำ" (Wolffia) พืชน้ำขนาดจิ๋วที่เป็น Super Food ระดับโลก ภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยการแปรรูปเป็น "ไข่ผำอบแห้ง" ตอบโจทย์แนวทางการพัฒนาอาหารอนาคต (Future Food) ที่มีโปรตีนสูงจากธรรมชาติ ถือเป็นต้นแบบสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและเตรียมความพร้อมในการผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลต่อไป