นายแพทย์ บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีทางโทรศัพท์ ว่า วันนี้บริษัทจะลงนามสัญญาเพื่อนำเข้าวัคซีนโควิด-19 กับ บริษัท ไบโอเอนเทค ที่มีโรงงานผลิตวัคซีนในเยอรมนี จำนวน 20 ล้านโดส โดยมีหน่วยงานรัฐที่มีสิทธินำเข้าวัคซีนร่วมลงนามด้วย
นายแพทย์ บุญ ระบุว่า การดำเนินการต่างๆ เสร็จไปแล้วประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่ามีการพูดคุยกันตั้งแต่ปีที่แล้ว และการลงนามสัญญาที่จะเกิดขึ้น ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการยืนยันจำนวนวัคซีนที่สั่งซื้อและนำเข้า
แผนการส่งมอบวัคซีนล็อตแรกคาดว่าจะขนส่งจากโรงงานในเยอรมนีมาถึงไทยภายในสิ้นเดือนนี้ จำนวน 5 ล้านโดส จากทั้งหมด 20 ล้านโดส ส่วนที่เหลือจะทยอยจัดส่งมา โดยจะเข้ามาสมทบช่วยแผนการกระจายของรัฐบาล แบบคู่ขนาน ผ่านภาคเอกชน
ส่วนเรื่องการขึ้นทะเบียน นายแพทย์บุญ ระบุว่า วัคซีนไบโอเอนเทค ของเยอรมนี ชนิด mRNA เป็นวัคซีนชนิดเดียวกันกับที่บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับใช้ในไทยได้ในภาวะฉุกเฉินแล้ว จึงคาดว่าใช้ระยะในการพิจารณาเพียงหนึ่งวัน หลังจากนั้นก็นำเข้าได้เลยภายใน 1 สัปดาห์
ส่วนหน่วยงานรัฐที่เข้ามาร่วมในครั้งนี้ นายแพทย์บุญ ปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อแต่ยืนยันว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่มีส่วนได้ส่วนเสียจากการเป็นผู้นำเข้าวัคซีน และยังระบุถึงบุคคลสำคัญที่เข้ามามีส่วนช่วยในการนำเข้าวัคซีนดังกล่าวอีกคนคือ นางพรพิมล กาญจนลักษณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ช่วยประสานงานจนสำเร็จ
หากย้อนไปดูข้อมูลของเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเผยแพร่ประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เรื่องแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2564 ได้ระบุถึงการอนุญาตให้ 5 หน่วยงานหลักมีสิทธิในการนำเข้าวัคซีนต้านโควิด-19 ได้อย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย
1) กรมควบคุมโรค
2) องค์การเภสัชกรรม (นำเข้าซิโนแวค-โมเดอร์นา)
3) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (นำเข้าแอสตร้าเซนเนก้า)
4) สภากาชาดไทย
5) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (นำเข้าซิโนฟาร์ม)