กระแสดราม่า นายณวัฒน์ อิศรไกรศีล ที่ออกมาปล่อยโฮผ่านไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่าแพทย์ให้ออกจากโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวอาการยังไม่ดีขึ้น จนกระทั่งมีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างผู้บริหารโรงพยาบาลและนายณวัตน์หลุดออกมา
นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลปิยะเวท ที่บอกว่า หลังจากมีปัญหาเกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้มีการให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาล มีเพียงนายณวัฒน์ที่แสดงความจำนงจะขอกลับไปรักษาพยาบาลที่บ้านต่อ ซึ่งขณะนี้ก็ได้กลับบ้านไปเรียบร้อยแล้ว
นพ.วิทิต เล่าว่า โรงพยาบาลได้รับนายณวัฒน์เข้าทำการรักษาด้วยโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา จนถึงเมื่อวานนี้เป็นเวลาเกือบ 20 วัน อาการของนายณวัตน์มีบางช่วงที่ค่อนข้างรุนแรง แพทย์และพยาบาลได้ช่วยดูแลรักษาจนอาการดีขึ้นตามลำดับ และจากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ที่มีการระบาดรุนแรงขึ้น ทำให้เตียงในโรงพยาบาลขาดแคลน มีผู้ป่วยจำนวนมาก รอเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะในระยะหลังมีผู้ป่วยอายุมากสูงสุด 90 ปี ผู้ป่วยตั้งครรภ์ และผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็ก ฝ่ายบริหารจึงขอความร่วมมือผู้ป่วยทุกคนที่อาการดีขึ้น โดยไม่เลือกปฏิบัติ ถ้ามีความพร้อมจะสามารถไปพักที่ฮอสปิเทลในเครือของโรงพยาบาลหรือที่บ้าน ตามโครงการ Home Isolation ของ สปสช.ได้ แต่ด้วยการสื่อสารอาจทำให้มีการเข้าใจคลาดเคลื่อนกันทั้งสองฝ่าย
ส่วนกระแสข่าวที่ว่า นพ.วิชัย ทวีปวรเดช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลปิยะเวท ที่ต่อสายโทรศัพท์กับนายณวัตน์ถูกไล่ออก นพ.วิทิต ระบุว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ นพ.วิชัย ได้ลาพักร้อนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หากครบกำหนดก็จะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม
ส่วนกรณี จะมีการดำเนินคดีตามคดีความหรือไม่นั้น ทางโรงพยาบาลไม่ติดใจอะไร และไม่คิดจะดำเนินคดี อยากให้จบลงด้วยดี และอยากให้เป็นบทเรียน ส่วน นพ.วิชัย จะดำเนินคดีหรือไม่ เป็นสิทธิส่วนบุคคล
สำหรับคลิปเสียงที่หลุดออกมา นพ.วิทิต ระบุว่าโรงพยาบาลไม่ได้บันทึกคลิปเสียงดังกล่าวไว้และไม่ทราบว่าหลุดมาจากไหน เพราะตามแนวปฏิบัติของโรงพยาบาลทำเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว
ส่วนอาการของนายณวัฒน์ที่ไลฟ์พร้อมกับใส่เครื่องช่วยหายใจ นพ.วิทิต ระบุว่านายณวัฒน์ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบมาส์ก ไม่ได้ใส่ตลอดเวลา ใส่สลับถอดบ้าง เมื่ออาการดีขึ้น ส่วนการประเมินอาการของนายณวัฒน์ โรงพยาบาลประเมินจากค่าออกซิเจนในร่างกาย ซึ่งแม้ไม่ได้อยู่ในระดับ 99-100% เหมือนคนปกติ แต่อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและสามารถกลับบ้านได้