การแถลงข่าวชี้แจงของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ทำการจับกุมสารเคมีชนิดยาเคตามีน 475 กระสอบ น้ำหนัก 11.5 ตัน ในโกดังสินค้าในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า สารดังกล่าวเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟต ที่ใช้ในการซุกซ่อนสารเสพติดส่งออกนอกประเทศจำนวน 60 กระสอบ โดยขณะนี้ยังเหลือสารที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 406 กระสอบ
โดยเจ้าหน้าที่กำลังคัดตัวอย่างทั้งหมดส่งเข้าห้องแล็บ 3 แห่ง ได้แก่ ป.ป.ส. กองพิสูจน์หลักฐาน และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
ส่วนผลการตรวจสอบสารโดย test kit ที่ออกมาเป็นสีม่วง จนเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นยาเค
ประเด็นที่ นายสมศักดิ์ ยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นจริง เพราะเจ้าหน้าที่ยังขาดความรู้ด้านวิชาการ โดยเฉพาะเรื่องสารไตรโซเดียมฟอสเฟต เพราะสารชนิดนี้ถือเป็นสารใหม่
ซึ่งหลังจากนี้ ป.ป.ส. จะสร้างองค์ความรู้ให้เจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ โดยจัดสัมมนาเรื่องคุณสมบัติสารดังกล่าว รวมถึงสารชนิดอื่นๆที่มีผลลัพธ์การตรวจเป็นสีม่วงอีก 2-3 ชนิด โดยเบื้องต้นได้มีการประกาศออกเอกสารชี้แจงไปแล้ว
ส่วนการขนย้ายและจัดเก็บของกลาง ขณะนี้ได้สั่งการให้ ป.ป.ส. ชี้แจงรายละเอียดทุกขั้นตอนภายในวันพรุ่งนี้ และจะจัดแถลงข่าวอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีที่มีผู้ออกมาสร้างข่าวเท็จ ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ต่อการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมจนเสื่อมเสียงชื่อเสียง ยืนยันว่าไม่ได้กลั่นแกล้งใครที่ออกมาแสดงความคิดเห็น แต่เป็นการทำเพื่อปกป้ององค์กร
ส่วนกรณีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แจ้งความดำเนินคดีฐานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ
ทาง รมว.ยุติธรรม มองว่า เป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ด้านนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ยืนยันว่า การดำเนินคดีกับกระบวนการค้ายาเสพติดครั้งนี้ไม่ได้ล่าช้า เนื่องจากคดีนี้เป็นการขยายผลจากคดีระหว่างประเทศที่ไม่มีตัวผู้ต้องหา มีเพียงหลักฐานของกลางจึงทำให้ยากต่อการติดตามข้อมูล
ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องในโกดังก็ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาที่มีความผิดซึ่งหน้า จึงต้องให้ตำรวจรวบรวมหลักฐานในการขอศาลออกหมายจับต่อไป
ป.ป.ส.จับยาเค 11.5 ตัน มูลค่า 28,750 ล้านบาท ครั้งใหญ่สุดในประเทศไทย